วงเสวนายุติธรรมชาติครั้งที่17 ชงลดค่าใช้จ่าย- เงินประกันตัว-ดุลยพินิจตำรวจ แนะใช้เทคโนโลยี

22.04.19 | 16:23 น.

วงเสวนายุติธรรมชาติครั้งที่17 ชงลดค่าใช้จ่าย- เงินประกันตัว -ดุลยพินิจตำรวจ แนะใช้เทคโนโลยีช่วย เพิ่มทางเลือกบทลงโทษ


เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายศุภกิจ แย้มประชา รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับความเชื่อมั่นในมิติระหว่างประเทศ” ในจัดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 17 ระหว่างวันนี้ที่ 22–23 เมษายน 2562

นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมมีข้อผิดพลาด แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ดี เพราะคนสามารถผิดพลาดกันได้ ดังนั้นต้องพัฒนากลไกต่างๆในกระบวนการยุติธรรม นับแต่ตำรวจ อัยการ จนถึงศาล ให้ได้รับการยอมรับ เปลี่ยนกระบวนการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่อิงคำพูดบุคคลเท่านั้น โดยมองว่าคุณภาพในกระบวนการยุติธรรม ที่จะสร้างการยอมรับได้ มาจาก 3 ส่วนคือ  1.) คุณภาพการให้บริการต้องรวดเร็วและประหยัดมี มาตรการป้องกันหรือลดการทำความผิดซ้ำ 2) คนรับบริการ ทั้งคนในกระบวนการยุติธรรมและประชาชนทั่วไป ต้องได้รับความรู้ว่าระบวนการยุติธรรมมีขั้นตอนหรือเดินอย่างไร ทำให้คนเห็นว่า ความเป็นธรรม คือทรัพย์สมบัติของคนในสังคม และ 3.) การให้ข้อมูลความคืบหน้าคดีที่สาธารณะชนสนใจ หรือตอบคำถามสังคมด้วยข้อมูลที่ถูกต้องไม่ควรให้นักวิชาการหรือบุคคลที่ไม่รู้ข้อมูลการดำเนินคดีมาพูดแทน

 

Advertisement

นายศุภกิจ  กล่าวว่า ศาลยุติธรรมยังได้รับความเชื่อมั่นอำดับหนึ่งของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด แต่ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการ โดยปัจจุบันมีกฎหมายใหม่ออกมาจำนวนมาก ในยุคสนช.จึงต้องให้ความรู้ผู้พิพากษาเพื่อการตัดสินคดีให้ถูกต้องตามตัวบทด้วย และการมีผู้ช่วยกรั่นกรองคดี มีระบบล่ามแปลภาษาจะเป็นระบบประกันคุณภาพการทำคดี  ทั้งนี้เสนอว่า นอกจากความถูกต้องเป็นธรรมแล้ว ยังต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรมด้วย โดยต้องลดการใช้หลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา อาจใช้ใช้กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกและอื่นๆ เป็นทางเลือกหรือเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน เป็นผู้ดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวได้ แต่คนไม่ค่อยทราบว่ามีช่องทางนี้ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีช่วยในการฟ้องคดี ซึ่งปัจจุบัน คดีเกี่ยวกับมรดก ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือไต่สวนทางโทรศัพท์มือถือแล้ว

นายชุติวงศ์ กล่าวว่า ถ้าอัยการสั่งฟ้องคดีแล้วศาลยกฟ้องจำนวนมาก สังคมจะมองว่าอัยการฟ้องคนผิด ในกระบวนการยุติธรรมจึงต้องกลั่นกรองไม่ให้มีการฟ้องคดีผู้บริสุทธิ์ โดยยืนยันว่าหากตำรวจทำสำนวนมาอย่างถูกต้องครอบคลุมและจับคนผิดถูกตัว อัยการจะทำงานง่าย ที่สำคัญคือ เวลาที่พนักงานส่งสำนวนคดีมาต้องไม่กระชั้นชิดเกินไป เพราะที่ผ่านมาจำนวนมากจะส่งสำนวนมาก่อนหมดเวลาฟ้องไม่กี่วัน จึงเป็นอุปสรรคในการทำคดีให้ครอบคอบ

“อัยการต้องการความเป็นอิสระในการใช้ความรู้ความสามารถพิจารณาพยานหลักฐานในคดี โดยไม่มีใครแทรกแซง ซึ่งผู้บังคับบัญชาในวงการอัยการ จะไม่สั่งลูกน้องว่าควรฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีใด แต่ให้อำนาจอัยการผู้ทำคดีสั่งคดีตามพยานหลักฐาน และตรวจสอบความเห็นต่อการสั่งคดีนั้นๆได้ หากมีข้อผิดพลาดหรือบกพร่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยได้”นายชุติวงศ์ กล่าว

ด้านพล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า มีผลโพลระบุว่าอาชีพที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นมากที่สุด คือตำรวจ รองลงมาคือ นักการเมืองและเซลล์แมน ซึ่งข้อสังเกตในจุดร่วมคืออาชีพเหล่านี้ใกล้ชิดและสัมพันธ์กับประชาชน พร้อมเสนอทางแก้ไขปัญหาความเชื่อมั่นต่อตำรวจของคนไทย ว่า 1.ต้องลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทั้งพนักงานสอบสวนพนักงานจราจรและอื่นๆ ที่ต้องใช้ดุลยพินิจทุกวันโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย 2.พฤติกรรมการทำหน้าที่ทั้งในและนอกเวลาราชการ ต้องวางตัวให้ดีเพราะคนไทยคาดหวังกับตำรวจทุกเวลา 3.ปลูกฝังสำนึกตำรวจ ฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่สอนแค่ในโรงเรียนตำรวจเท่านั้น 4.เชื่อมโยงระบบให้ประชาชนแจ้งความได้ทุกที่