ดีเอสไอเผยลงตรวจเหมืองทองแค่รวมหลักฐาน ถือว่ายังไม่มีใครผิด อัคราฯยินดียันทำตามกม.เสมอ

24.05.16 | 17:40 น.

วันที่ 24 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานสืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม นายพิเชฎฐ์ ทองศรีนุ่น หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน สำนักงานดีเอสไอ ลงพื้นที่ในเขตเหมืองทอง ซึ่งเป็นแนวเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร โดยมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทั้ง 3 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง เข้าร่วมตรวจพื้นที่ตามข้อกล่าวหาจากนั้นลงพื้นที่สอบสวนเหมืองทองอัคราฯ


ความคืบหน้าล่าสุด นายพิเชฎฐ์ ทองศรีนุ่น หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน สำนักงานดีเอสไอ กล่าวว่า จากกรณีที่ดีเอสไอได้ลงพื้นที่ตรวจ เหมืองทองอัคราฯ การมาลงพื้นที่ในครั้งนี้ มาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อรวบรวมหลักฐานซึ่งยังไม่ถือว่า ใครมีความผิด มีประเด็นในการลงพื้นที่ 4 ประเด็น การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติเหมืองแร่ คือที่ตั้งโรงงาน พื้นที่กักเก็บกากแร่  2 แห่ง พื้นที่ที่เหมืองบุกรุก เช่นเส้นทางสาธารณะ 3 แห่ง พื้นที่ป่าถาวร 2 แปลง จริงแล้วยังมีจำนวนมาก แต่วันนี้ลงมาพื้นที่ตรวจแค่นี้ก่อน เพื่อรวบรวมหลักฐานเป็นตัวอย่างเพื่อพิสูจน์  แต่ถ้าดำเนินการวันนี้เสร็จก็จะดำเนินการไปเรื่อยๆ ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด

“ส่วนเรื่องวันนี้ประเมินว่าใครเป็นผู้กระทำผิดยังไม่ได้ เพียงแต่ลงมาดูพื้นที่จริงหลักฐานประกอบ ในส่วนการเข้าดูในพื้นที่เหมืองจะให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องที่เชิญมาเข้าไปดูเท่านั้นอีกทั้งไม่เปิดโอกาสให้คู่กรณี และ  สื่อมวลชนเข้าในพื้นที่ เป็นการทำงานของดีเอสไอ ตามขั้นตอนของกฎหมาย  อีกทั้งวันนี้ การเข้ามาในเหมือง เราทำถูกขั้นตอนทุกอย่าง” นายพิเชฏฐ์ กล่าว

ขณะที่เวลา 13.00 น. นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องแสดงความยินดีที่ ดีเอสไอ เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส “เปิดบ้าน ชมเหมือง” ให้แก่คณะบุคคลต่างๆ ได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการทำเหมืองแร่ทองคำมาตรฐานระดับโลก ของเหมืองแร่ทองคำชาตรีตามนโยบายของบริษัทฯ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น มีผู้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของเหมืองแร่ทองคำชาตรีแล้วกว่า 6 พันคน นอกจากนั้น เหมืองแร่ทองคำชาตรียังได้ชื่อว่าเป็นเหมืองแร่ที่ได้รับการตรวจสอบจากหลากหลายหน่วยงาน มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด จึงถือเป็น 15 ปีแห่งความภาคภูมิใจของชาวอัคราทุกคน

Advertisement

“แม้ว่าบริษัทฯ จะรู้สึกผิดหวังกับการอนุญาตให้ต่ออายุโรงประกอบโลหกรรมไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เท่านั้น บริษัทฯ ยังคงดำเนินการเพื่อขอโอกาสในการเข้าพบเพื่อหารือ เรียนแจ้งข้อเท็จจริง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูล กับภาครัฐในการหาทางออกที่ดีที่สุดด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ต่ออายุโรงประกอบโลหกรรม ยังถือเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเสมอมา แม้จะเป็นที่น่าเสียดายว่าการอนุญาตดังกล่าวมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เท่านั้นบริษัทฯ ยืนยันว่าได้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบทั้งต่อ พนักงาน ชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเสมอมา และเราขอให้คำมั่นว่าจะทำการดูแลทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นอย่างสุดความสามารถ ด้วยความเชื่อว่า “ทุกคนในบริษัทฯ และชุมชนคือครอบครัวเดียวกัน”” นายเชิดศักดิ์ กล่าว