ไร้วี่แวว’ทายาทกระทิงแดง’โผล่พบพนง.สส.สน.ทองหล่อ อัยการลั่นให้โอกาสอีกครั้ง เบี้ยวเจอหมายจับแน่

25.05.16 | 12:09 น.

จากกรณีที่ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเหตุเกิดปี 2555 ถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ ซึ่งมีอายุความ 15 ปี และข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันคดียืดเยื้อจนทำให้ ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดที่ยื่นฟ้องดำเนินคดีทายาทกระทิงแดงขาดอายุความ จนเกิดข้อครหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายวรยุทธ ให้มาพบตามกำหนด ภายในวันที่ 25พฤษภาคม 2559 เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่สน.ทองหล่อ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยไร้วี่แววของทายาทเครื่องดื่มชูกำลังแต่อย่างใด มีเพียงผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก

รายงานข่าวแจ้งว่าภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายวรยุทธ ตามคำร้องขอของอัยการ ให้มาพบตามกำหนดนั้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว เจ้าตัวสามารถเดินทางไปพบพนักงานอัยการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ทันที เนื่องจากพ้นความรับผิดชอบของตำรวจ คดีนี้สำนวนทั้งหมดส่งให้ทางอัยการและอยู่ระหว่างขั้นตอนในชั้นศาลเรียบร้อยแล้ว หากแต่ว่าทางอัยการจะร้องขอให้สอบปากคำผู้ใดเพิ่มเติม หรือหากทางจำเลยไม่มาตามนัดหมายก็สามารถออกหมายจับได้ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานมา

ก.3

Advertisement

นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เปิดเผยว่า นายวรยุทธหรือทนายยังไม่ติดต่อขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการในวันนี้ ซึ่งควรจะต้องเข้ามาพบภายใน16.00น.วันนี้ ทั้งนี้ หากนายวรยุทธไม่เดินทางมาพบพนักงานอัยการตามกำหนด โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ทางพนักงานอัยการจะประสานไปยังพนักงานสอบสวนให้สอบถามมูลเหตุ พร้อมกับให้เวลาติดตามตัวอีก 1 ครั้ง แต่หากยังไม่เดินทางเข้าพบและไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง ลักษณะนี้เข้าข่ายประวิงเวลาพนักงานสอบสามารถดำเนินการพิจารณาขอศาลออกหมายจับ ส่วนในกรณีที่อีกหนึ่งข้อหาจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2560 อธิบดีอัยการระบุยืนยันว่า จะไม่ปล่อยเวลาให้หมดอายุความแน่นอน และถ้าหากระหว่างนี้ทนายความของนายวรยุทธขอเลื่อนก็สามารถทำได้แต่ต้องมีเหตุอันควร อาทิ เจ็บป่วย แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์อย่างเป็นทางการ

ส่วนกรณีญาติของผู้เสียหายได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาการกระทำของนายวรยุทธเข้าข่ายความผิดฐานอื่นอีกหรือไม่ อธิบดีอัยการ ระบุว่า ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย แต่งพนักงานอัยการยังไม่มีความเห็นใด โดยอัยการยังยืนยันตามคำสั่งฟ้องเดิม ซึ่งขณะนี้ยังรอตัวผู้ต้องหาเท่านั้น ส่วนผู้เสียหายจะขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม อาจจะเกิดปัญหา เพราะก่อนหน้านี้ ญาติผู้เสียชีวิต ได้เซ็นในสัญญายอมความต่อพนักงานสอบสวนไปแล้วว่าไม่ติดใจเอาความ

ด้านพ.ต.ท.ศราวุธ เดชศรี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ทองหล่อ ระบุว่า ได้ส่งจดหมายหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานอัยการไปที่บ้านของนายวรยุทธแล้ว ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากนายวรยุทธ พร้อมยืนยันว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของอัยการแล้ว เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ส่งความเห็นสั่งฟ้องให้พนักงานอัยการตั้งแต่ปี 2556 ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต้องรอพนักงานอัยการสั่งการอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 16.00 น. นายวรยุทธ ไม่ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานอัยการตามนัดหมาย และไม่ได้มอบอำนาจให้ทนายความติดต่อเพื่อขอเลื่อนนัด หรือแจ้งเหตุขัดข้องแต่อย่างใด พนักงานอัยการจะประสานพนักงานสอบสวน ติดตามตัวนายวรยุทธ มาพบอัยการอีก 1 นัด หากยังไม่มา จะขอศาลออกหมายจับนายวรยุทธต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พนักงานอัยการเคยมีคำสั่งให้ฟ้องทั้งหมด 3 ข้อหา แต่วันนัดส่งตัว นายวรยุทธกลับ ขอเลื่อนการนัดส่งตัว ส่งผลให้คดีในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายที่กำหนดขาดอายุความ รวมถึงนายวรยุทธได้ยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จนกระทั่งต้นปี 2559 พนักงานได้ส่งสำนวนที่ทำการสืบสวนเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการ ซึ่งทางพนักงานอัยการยืนยันให้ฟ้อง 2 ข้อหา โดยยืนยันว่า การขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ จึงมีความเห็นให้ฟ้อง