วันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอให้ทาง ป.ป.ช.ยกตัวอย่างคดีที่ทาง ป.ป.ช.ตรวจสอบพบ ฝ่ายบริหารท้องถิ่นที่กระทำความผิด โดยจากการตรวจสอบพบว่าในปี 2557 ทาง ป.ป.ช.ได้สรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อดำเนินคดีทางอาญา จำนวน 4 อปท. ได้แก่ 1) องค์การบริหารส่วนตำบลจิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ข้อกล่าวหา ละเว้นไม่ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการ และบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน บรรจุบุคคลที่ขาดคุณสมบัติให้ดำรงตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์และครูผู้ดูแลเด็ก และเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทัศนศึกษาดูงานที่ จ.ภูเก็ต เป็นเท็จ คดีให้พิจารณาโทษทางวินัย 2) องค์การบริหารส่วนตำบลสระโพนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ข้อกล่าวหา ตรวจรับงานจ้าง และอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน แบบผิวดินขนาดใหญ่มาก หมู่ 1 บ้านเมืองกลาง ทั้งที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการ 3) องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ทุจริตในการดำเนินการจัดจ้างก่อสร้าง 5 โครงการ โดยยกเลิกการสอบราคาและประกวดราคาใหม่และอนุมัติจัดจ้าง ในราคาที่สูงขึ้น และ 4) เทศบาลตำบลป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ข้อกล่าวหา ขายไม้เก่าจากการรื้อถอนศาลาทรงไทย กลางน้ำของเทศบาลตำบลป่างิ้ว แล้วนำเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะเป็นระดับผู้บริหารทั้งสิ้น
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เลขคดีดำที่ 326/2558 และเลขคดีแดงที่ 1521/2559 อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวินัย หรือ กัญญภัทร์ ผลรัตนไพบูลย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และ นายไพศาล ยิ่งยง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 2 ในข้อหา ประพฤติมิชอบต่อตำแหน่งราชการ โดยในข้อกล่าวหาได้ระบุ ทุจริตในการดำเนินการจัดจ้างก่อสร้าง 5 โครงการ โดยยกเลิกการสอบราคาและประกวดราคาใหม่และอนุมัติจัดจ้าง เบื้องต้น ศาลพิพากษาสั่งจำคุกนายวินัย 27 ปี แต่จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือ 13 ปี 6 เดือน และนายไพศาล 21 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือ 10 ปี 6 เดือน
อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช รายหนึ่งระบุ พวกตนพร้อมเพื่อน ส.จ.ในสมัยนี้จำนวน10 คน ได้ร่วมเข้าชื่อ พร้อมทำหนังสือร้องเรียนไปยังจังหวัด ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้น ตั้งกรรมการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนน 5 สาย 5 โครงการ ที่มีลักษณะการฮั้วประมูล 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ได้ประมูลในราคาที่ถูกกว่าไม่ผ่าน ต่อมาประมูลครั้งที่ 2 ในราคาที่สูงกว่า โครงการกลับผ่าน ซึ่งพวกตนมองว่าการประพฤติมิชอบส่อเจตนาทุจริต จึงยื่นเรื่อง ตั้งแต่ปี 2542 ตนเข้าใจว่าเรื่องน่าจะจบลงแล้ว แต่เรื่องกลับถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งในสมัยรัฐบาล คสช. ซึ่งคดีดังกล่าวเกือบจะหมดอายุความ เหลือเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น
“นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะบอกผู้บริหารว่า การกระทำใดๆ ที่สื่อไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือลิ่วล้อทั้งหลาย ถึงแม้ว่าจะออกจากราชการ หรือหมดวาระไปแล้วก็จะไม่สามารถช่วยอะไรได้ แม้กระทั่งทางจังหวัดมีคำสั่งให้ อบจ.ไปยึดทรัพย์สินที่มีมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท กลับคืนมาเพื่อเป็นการชดใช้ความเสียหายแล้วก็ตาม แต่การดำเนินคดีความยังเดินต่อไป และที่สำคัญคดีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับการบริหารงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชในยุคปัจจุบันได้” อดีตสมาชิก อบต.กล่าว
จากการตรวจสอบทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีทั้งหมด 8 ลำดับ โดย นายวินัย หรือ กัญญภัทร์ ผลรัตนไพบูลย์ ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นลำดับที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2541-15 ก.พ. 2543 ปัจจุบันมีนายสนั่น ศิลารัตน์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ปฎิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช แทนนายมาโนช เสนพงศ์ หลังศาลอุทธรณ์ ภาค 8 ให้ใบแดง

