เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงจับกุมชาวต่างชาติ คดีอาชญากรทางการเงินรายใหญ่ 2 ราย มีนายเมาโร วินเชนโซ สากวาโต อายุ 65 ปี สัญชาติอิตาเลียน ผู้บริหารบริษัท Safe3 Italai และเป็นผู้ดูแลด้านการเงินของสหกรณ์ Cooperatoin 2000 ในประเทศอิตาลี ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล เลขที่ 3374/4-2016 ลง 18 เมษายน 2559 คดีอาชญากรทางการเงิน ฉ้อโกงประชาชน สมรู้ร่วมคิดทำให้บริษัท (สหกรณ์) ล้มละลาย มูลค่าความเสียหายในยุโรป 2,000 ล้านลีร์ หรือประมาณ 50 ล้านบาท โดยจับกุมที่ปรีดาอพาร์ตเมนต์ ซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อีกราย จับกุมนายมาเรียน นิโคเลาว์อายุ 36 ปี สัญชาติโรมาเนีย หัวหน้าแก๊งสกิมเมอร์ ตามหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A1859/3-2016 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2559 ในคดีอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตทั่วยุโรป นำไปปลอมบัตรเพื่อกดเงิน จับกุมที่คอนโดแสนสิริ อ.เมือง จ.อุดรธานี
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางการอิตาลีว่า นายเมาโร หลบหนีคดีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประทศไทย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามาหลบซ่อนตัวที่ปรีดาอพาร์ตเมนต์ ซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากนายเมาโร เป็นผู้บริหารบริษัท Safe 3 Italia เป็นบริษัทในเครือ Cooperation 2000 มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศอิตาลี ปลอมแปลงเอกสารเพื่อกู้เงินจากธนาคารและระดมเงินฝากจากประชาชน มีผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วประเทศอิตาลีจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านลีร์ หรือประมาณ 50 ล้านบาท หลังก่อคดีผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2556 และไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศไทย จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า คดีที่สองได้รับการประสานจากศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอช.ตร.) ว่า นายมาเรียน หลบหนีคดีเข้ามากบดานในประเทศไทย เจ้าหน้าที่สืบสวนหาแหล่งกบดานจนทราบว่าอยู่ที่คอนโดแสนสิริ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม จนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา สืบเนื่องจากนายมาเรียน เป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) นำเครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็กไปติดตั้งที่เครื่องกดเงินทั่วยุโรป และนำข้อมูลที่ได้ไปบันทึกลงในบัตรเครดิตปลอมเพื่อตระเวนกดเงิน ขบวนการนี้มีเครือข่ายหลายประเทศและมีผู้เสียหายจำนวนมาก
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวอีกว่า บุคคลทั้ง 2 ราย มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม สตม.จึงได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 และควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับ พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร แถลงถึงนโยบายของรัฐบาลและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ สตม.เร่งกวาดล้างคนหลบหนีเข้าเมือง และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศ ว่า สตม.สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเอกซเรย์พื้นที่และระดมกวาดล้างคนต่างชาติผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 18-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมาย จำนวนมาก จำนวน 6,496 ราย สัญชาติผิดกฎหมายมีจำนวนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ พม่า 3,081 คน ลาว 1,976 คน แล กัมพูชา 732 คน ทั้งนี้จะดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศ และลงแบล๊กลิสต์ตามมาตรการควบคุมคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้เดินทางเข้าประเทศไทยได้อีก

