อัยการตั้งคณะทำงานคดี”ไร่ส้ม” เคาะปมฟ้องซ้ำ เป้า2สัปดาห์เสร็จ

25.05.16 | 18:29 น.
ซ้าย-นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ขวา-นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม และนายวิเชียร ถนอมพิชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอัยการคดีบริษัทไร่ส้มจำกัด ฉ้อโกง อสมท. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการสั่งคดี หลังรับมอบสำนวนจากพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สรุปความเห็น สมควรสั่งฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม , บจก.ไร่ส้ม จำกัด, น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และทำลายเอกสารของผู้อื่น จากเหตุที่ไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินกว่า 138 ล้านบาท


นายณัฐจักร กล่าวว่า หลังรับสำนวนได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย จะพิจารณาสำนวนให้แล้วเสร็จก่อนคดีหมดอายุความในเดือนกรกฎาคมนี้ การสั่งคดีจะพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างชัดเจน ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ด้านนายปรเมศวร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมขึ้นมาแล้ว มีประเด็นใกล้เคียงกันเรื่องข้อกฎหมายว่าคดีมีการฟ้องซ้ำคดีที่ อสมท.ยื่นฟ้องเอง และคดีที่ ป.ป.ช.สรุปสำนวนทุจริตให้อัย
การฟ้องไปแล้ว การพิจารณาไม่ยาก ต้องดูว่าเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายมากที่สุด จะนำคำพิพากษาที่ศาลอาญาตัดสินคดีทุจริตมาประกอบการพิจารณาด้วย คดีนี้มีการแจ้งความตั้งแต่ปี 2549 อัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี อายุความ 10 ปี ดังนั้นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา มีความเป็นห่วง เกรงว่าคดีจะหมดอายุความในเดือนกรกฎาคมนี้เสียก่อน จึงกำชับคณะทำงานพิจารณาโดยเร็ว ดังนั้นจะพยายามพิจารณาให้เสร็จภายใน2สัปดาห์ อัยการนัดผู้ต้องหาทั้งหมดฟังคำสั่งในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ แต่หากพิจารณาสำนวนไม่เสร็จจะเลื่อนการสั่งคดีออกไป แต่จะไม่ให้เกินเดือนกรกฎาคมอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้คดีล่าช้า

นายปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า ประเด็นการพิจารณาเรื่องฟ้องซ้ำหรือไม่นั้น ต้องดูเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกัน หลังจากมีการแจ้งความ ป.ป.ช. พิจารณาในส่วนคดีการทุจริต สำหรับความผิดอาญาฐานฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารไม่ได้อยู่ในอำนาจ พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง จึงทำสำนวนดำเนินคดีส่งมาให้พนักงานอัยการ สำหรับพฤติการณ์ข้อกล่าวหา การปลอมเอกสารนั้น เท่าที่ตรวจสำนวนเบื้องต้นพบว่า มีการใช้น้ำยาลบคำผิด ลบข้อความในเอกสารกว่า 100 ฉบับ ดังนั้นนอกจากจะพิจารณาเรื่องประเด็นการฟ้องซ้ำแล้ว ต้องพิจารณาด้วยว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดต่อเอกสารภายในวันเดียวหรือไม่ สุดท้ายแล้วถ้าสำนวนคดีฉ้อโกงเป็นเรื่องเดียวกับที่ อสมท.ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงแล้ว อัยการต้องให้ความเป็นธรรมสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ส่วนความผิดการปลอมเอกสารนั้นหากยังไม่ปรากฏเป็นความผิดที่เคยฟ้องมาก่อน อัยการสามารถสั่งคดีที่จะฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อไปได้ เพราะลักษณะความผิดเป็นคนละเรื่องกับการกล่าวหาในชั้น ป.ป.ช.

Advertisement