จากเหตุการณ์กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้รถยนต์ 7 ที่นั่ง ทะเบียน จ.เชียงราย ขนยาบ้ามา 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 15 กิโลกรัม และผงสีขาวอีก 1 กิโลกรัม ซึ่งคาดว่าจะเป็นสารตั้งต้นชนิดใหม่ ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะหนีไม่พ้น เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตาม และยิงยางสกัดบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินสายลำปาง-ตาก เขตบ้านวัฒนา ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จนทำให้จวนตัว และต้องจุดไฟเผารถ เพื่อหวังทำลายของกลาง ก่อนที่คนขับรถขนยาเสพติด คือ นายพรเทพ ฉิมมา อายุ 24 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี จะหนีเข้าไปในป่า และแฟนสาว คือ นางสาวสุนทรี ธรรมสุวรรณ อายุ 24 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี หนีไม่ทันถูกจับกุมขณะวิ่งหลบหนี เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น
ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปยัง สภ.สบปราบ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อติดตาม และร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองใน จ.ลำปาง เพื่อแถลงผลสกัดจับกุมกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดล็อตใหญ่นี้ ที่ถือว่าเป็นกลุ่มขบวนการขนยาเสพติดกลุ่มใหม่ ที่มีการใช้รถในการขน รถนำ และรถติดตามถึง 4 คัน ผู้ร่วมขบวนการ 7 คน แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาได้แล้ว 3 คน รถ 2 คัน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี
โดยคนที่ถูกจับกุมสารภาพตรงกันว่า ไปรับรถขนยาเสพติดทั้งหมดมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อจะไปส่งที่กรุงเทพมหานคร แต่รถนำพบว่า มีการตั้งด่านตรวจเข้มที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง จึงแจ้งให้รถขน ขับย้อนขึ้นมา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่สกัด และไล่ติดตาม สำหรับกลุ่มขบวนการที่หลบหนีเจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวน เพื่อขยายผลจับกุมต่อไป
สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ ในการติดตามตัว นายพรเทพ ฉิมมา อายุ 24 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ที่หลบหนีอยู่ในป่ารอยต่อเขต อ.สบปราบ และ อ.เถิน จ.ลำปางนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ อส.ของอำเภอสบปราบ ยังคงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังล้อมป่าแม่ดงกลางเขตรอยต่อ ต.สบปราบ อ.สบปราบ กับ ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมกับแจ้งให้บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้ให้ระวัง หากพบเห็นชายแปลกหน้าเดินเข้ามา เพื่อขอข้าว หรือน้ำกิน ให้ชาวบ้านรีบแจ้งกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที เพื่อจะได้รุดไปตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังมั่นใจว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนี ยังอยู่ในพื้นที่ป่าดังกล่าว เนื่องจากล่าสุดยังพบสัญญาณโทรศัพท์มือถืออยู่ในเขตป่าดังกล่าว จึงทำให้มั่นใจว่า ยังไม่หลบหนีออกไปไหน โดยลักษณะการใช้โทรศัพท์จะปิดเปิดเครื่องเป็นช่วงเวลา เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า ประกอบกับข้อมูลทราบว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนีมีการโทรไปหาแม่ที่ จ.สุพรรณบุรี ถึง 2 ครั้ง บอกว่าหลงป่า หิวข้าว ไม่มีน้ำกิน เหนื่อยมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ใน จ.ลำปาง ยังคงปักหลัก และออกไล่ล่าติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีรายนี้
สำหรับป่าบริเวณนี้ถือว่ามีพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านที่เคยเข้าไปบอกว่า หากไม่ชำนาญจะทำให้หลงทันที เพราะป่ามีลักษณะคล้ายๆกันหมด จึงจำได้ยากว่าผ่านจุดไหน และจะหาทางออกได้อย่างไร ประกอบกับพื้นที่ป่าดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำ และอาหาร จึงจะไม่มีอะไรให้กินในป่าแห่งนี้



