จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงนายนเรศ หวังทางมี อายุ 33 ปี หนุ่มวิศวกรระบบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเสียชีวิต ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดรอรับแฟนสาว บริเวณหน้าหมู่บ้านกลางเมือง ย่านลาดพร้าว ก่อนจะพยายามชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีไป แต่ถูกพลเมืองดีช่วยกันสกัดรถจักรยานยนต์ไว้ได้ โดยคนร้ายหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 25 พฤษภาคมนั้น

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 26 พฤษภาคม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนสอบสวน เพื่อเร่งติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พร้อมกล่าวภายหลังการประชุมว่า จากการรวบรวมข้อมูลของฝ่ายสืบสวนพบว่า คนร้ายเป็นชาย รูปร่างผอม สูง ผมรองทรง อายุประมาณ 20-30 ปี ขณะก่อเหตุสวมเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์ สวมผ้าคาดปาก ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิต 1 แผล ภายหลังก่อเหตุ ได้หลบหนีข้ามถนนเข้าซอยลาดพร้าว 36 ซึ่งเป็นซอยตัน พบเสื้อแจ๊กเก็ตและผ้าคาดปากคล้ายกับของคนร้าย ถูกถอดทิ้งไว้ใกล้ถุงขยะ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)เก็บนำกลับไปตรวจสอบดีเอ็นเอแล้ว ทั้งนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อเร่งหาภาพใบหน้าที่ชัดเจนของคนร้าย เนื่องจากขณะลงมือคนร้ายสวมผ้าคาดปากเพื่ออำพรางใบหน้า รวมถึงความเป็นไปได้เรื่องเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจะไปทางใดได้บ้าง ส่วนประเด็นการลงมือก่อเหตุ ยังให้น้ำหนักไว้ทั้งเรื่องการลงมือเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ และความขัดแย้งส่วนตัว เบื้องต้นได้สอบปากคำแฟนสาวและญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ยังไม่พบปมปัญหาขัดแย้งกับใคร แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง เนื่องจากคนร้ายมีการแต่งกายค่อนข้างดี ประกอบกับขณะลงมือเลือกช่วงเวลาคล้ายกับมีการเตรียมการมาอย่างดี
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตำรวจได้นำสุนัขตำรวจไปช่วยหาร่องรอยเพิ่มเติมในซอยลาดพร้าว 36 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่คนร้ายได้ทิ้งเสื้อผ้าไว้ก่อนหลบหนีไปเช่นกัน
จากนั้น พล.ต.ต.เจริญ นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน พร้อมนำสุนัขตำรวจพันธุ์ “เบลเยี่ยม เชฟเพิร์ด” ของ กก.สุนัขและม้าตำรวจ บก.สปพ. จำนวน 1 ตัว ที่มีความสามารถดมกลิ่นติดตามตัวคนร้ายมาติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำเสื้อหลักฐานชิ้นสำคัญของคนร้ายให้สุนัขดม จากนั้นได้เริ่มจากบริเวณใกล้กองขยะกลางซอยลาดพร้าว 36 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม.ไปตามทางกระทั่งมาหยุดอยู่บริเวณซอยลาดพร้าว 38 ใกล้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ทำให้สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีมาที่บริเวณซอยดังกล่าว และอาจโบกรถโดยสารสาธารณะเพื่อหลบหนีไป ทั้งนี้ก็ยังคงต้องให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

