เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 11 พฤษภาคม ศูนย์วิทยุสภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีชายเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาตลาดนัดบ้านแพ้ว หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และใช้ค้อนไล่ทำร้ายชาวบ้านที่สัญจรไปมาในเส้นทางใกล้เคียง จึงแจ้งให้ ร.ต.ท.ณัฏพล มีสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านแพ้ว ที่เกิดเหตุภายในร้านสะดวกซื้อ 7-11 พบข้าวของหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น ส่วนพนักงานภายในร้านยังอยู่ในอาการตกใจ

จากการสอบถามพนักงานรายหนึ่งเล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุประมาณ 40 ปี ใส่เสื้อและกางเกงลายพราง เดินเข้ามาแล้วก็พูดว่า “พวกมึงเข้ามาในห้องกูทำไม” จากนั้นก็พังข้าวของจนกระจัดกระจาย แล้วก็เดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย พวกตนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะชายคนนั้นคล้ายกับคนมีอาการคลุ้มคลั่ง สติไม่ค่อยดี ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน และจะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ และให้พนักงานภายในร้านไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาห่างจากเหตุการณ์แรกไม่ถึง 10 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ก็ได้รับแจ้งอีกว่า มีคนถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าวัดธรรมจริยาภิรมย์ หมู่ที่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านสะดวกซื้อ 7–11 จึงรีบไปตรวจสอบ ก็พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุมีลักษณะเหมือนกับชายคนที่เข้าไปทำลายร้านสะดวกซื้อ โดยได้ก่อเหตุใช้ฆ้อนไล่ทำร้ายชาวบ้านและพยายามจะทำร้ายคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างบ้าคลั่ง มีอาการตะโกนโวยวายตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งชาวบ้านก็ได้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไว้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุเชษฐ์ เจียมฉวี อายุประมาณ 40 ปี เป็นคนในอำเภอบ้านแพ้ว เคยถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและเพิ่งจะพ้นคุกออกมาเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปไว้ที่ สภ.บ้านแพ้ว
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกรายเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมด้วย คือ นายเกียรติศักดิ์ สุมโน อายุ 23 ปี พร้อมด้วยแฟนสาว โดยบอกว่าถูกชายชุดลายพรางทำร้ายร่างกาย จากเส้นทางบ้านแพ้ว –กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ดูตัวนายสุเชษฐ์ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำนายสุเชษฐ์ หลังจากที่อาการบ้าคลั่งสงบลงแล้ว ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

