จับแล้วพ่อค้ากาแฟโหด ฆ่าชิงทรัพย์สองผัวเมียเบิกเงินธ.ก.ส. อ้างต้องการเงินจ่ายค่าเทอมลูก

26.05.16 | 13:48 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีได้มีคนร้ายขับรถยนต์ปิคอัพติดตามนายสมชาย เบ้ามีศรี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 6 ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ที่ได้ขับขี่รถ จยย.มีนางบุญมา เบ้ามีศรี อายุ 54 ปี ภรรยาซ้อนท้าย ซึ่งได้ติดตามมาจาก ธ.ก.ส.สาขาสีชมพู จ.ขอนแก่น เมื่อมาถึงบนถนนระหว่างหมู่บ้านโนนทองหลาง ต.บริบูรณ์ – หมู่บ้านบริบูรณ์ ต.บริบูรณ์ ใกล้ทางแยกเข้าบ้านป่านหมู่ 8 ต.สีชมพู คนร้ายขับรถยนต์ปิคอัพพุ่งเข้าชนท้ายรถ จยย.ทำให้นางบุญมาได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ารักษาตัวที่ รพ.สีชมพู และนายสมชายได้ต่อสู้เพื่อป้องกันเงินที่ได้เบิกมาจาก ธ.ก.ส.สีชมพู 1.2 แสนบาท และซื้อสลาก ธ.ก.ส.ไป 5 หมื่นบาท เหลือเงินสด 7 หมื่นบาท จึงถูกคนร้ายใช้มีดปอกผลไม้แทงตาย คนร้ายได้เงิน 7 หมื่นบาท ขับรถยนต์ปิคอัพหลบหนีไปได้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว


ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ชาญชัย ว่านเครือ ผบ.มทบ.23 พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ.23 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.ปรีชา อุ่นคำ รอง ผกก.สส.สภ.สีชมพู และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวที่ บก.สส.ภ.4 จับกุม นายธงศักดิ์ สุดน้อย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 9 บ้านมิตรสัมพันธ์ ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น มีอาชีพขายกาแฟ ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส

โดยมีของกลาง 1.รถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้ารุ่นไฟล์เตอร์ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน บย 3616 อุดรธานี 2.เงินสดจำนวน 67,000 บาท 3.สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.มูลค่า 50,000 บาท 4.กระเป๋าหิ้วแบบผ้าสีเขียวเปื้อนเลือด 1 ใบ 5.เสื้อยืดแขนยาวสีเทาดำ 1 ผืน 6.กางเกงยีนส์สีดำ 1 ผืน 7.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวน 6 เล่ม และสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.จำนวน 2 ฉบับ มูลค่า 13,500 บาท

พล.ต.ต.จตุพล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. สภ.สีชมพู ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเฉี่ยวชนรถ จยย.ที่ถนนระหว่างบ้านโนนทองหลาง – บ้านบริบูรณ์ ที่เป็นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบศพนายสมชาย นอนอยู่ข้างทางสภาพมีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่ลิ้นปี่ 1 แห่ง และสีข้างด้านขวา 2 แห่ง และทราบว่านางบุญมาภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสีชมพู

Advertisement

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันออกสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดของ ธ.ก.ส.สีชมพู และพยานอีกหลายปาก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมชายและนางบุญมา ได้มาเบิกเงินที่ ธ.ก.ส.สาขา อ.สีชมพู จำนวน 120,000 บาท และได้แบ่งซื้อสลากออมทรัพย์ จำนวน 50,000 บาท จากนั้นได้ขับขี่รถ จยย.เพื่อเดินทางกลับบ้านพักที่บ้านโนนประวัติ ต.บริบูรณ์ เมื่อถึงที่เกิดซึ่งเป็นป่าโคกพะนัง ได้มีนายธงศักดิ์ขับขี่รถยนต์ปิคอัพคันดังกล่าวติดตามมาและเบียดรถ จยย.ของนายสมชายล้มคว่ำลงข้างทาง จากนั้นนายสมชายได้เข้าไปแย่งเอากระเป๋าบรรจุเงินและทรัพย์สิน แต่ผู้ตายได้ขัดขืนนายธงศักดิ์ได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่เตรียมมาจ้วงแทงจนถึงแก่ความตายและแย่งทรัพย์สินไปได้ ก่อนจะขับรถหลบหนีไปทางบ้านบริบูรณ์ และทราบว่านายธงศักดิ์หนีไปหลบอยู่ที่บ้านพัก จึงได้ติดตามไปและพบนายธงศักดิ์อยู่ที่บ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเตรียมจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้หยุดและได้สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายธงศักดิ์ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุขับรถยนต์ปิคอัพเฉี่ยวชนจนนางบุญมาเจ็บสาหัส และใช้อาวุธมีดปลอกผลไม้ฆ่าชิงทรัพย์นายสมชายจนถึงแก่ความตาย เพื่อต้องการเงินจำนวนดังกล่าวมาผ่อนหนี้ให้ไฟแนนซ์รถยนต์ และนำเงินที่ได้มาอีกส่วนหนึ่งจ่ายค่าเทอมให้ลูกชายลูกสาวที่เรียนอยู่ใน อ.สีชมพู ส่วนที่เหลือจะนำเงินมาลงทุนขายกาแฟเพื่อให้มีรายได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำนายธงศักดิ์ไปตรวจยึดเงินสดที่ซุกซ่อนอยู่ผนังบ้าน อยู่ในตะกร้าในบ้านพัก และพบรถยนต์คันก่อเหตุจอดอยู่ที่บ้านพักของมารดานายธงศักดิ์ที่มีบ้านอยู่ใกล้กัน และไปตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ตายที่นำไปทิ้งใกล้อ่างเก็บน้ำบ้านผาขาม ต.บริบูรณ์ โดยนำส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป