พ่อของผู้ก่อเหตุข่มขืนด.ญ.เอ ชงทนายยื่นประกัน หลังผลดีเอ็นเอชัด พ่อข่มขืนลูกสาวตัวเอง

26.05.16 | 15:10 น.

 


วันที่ 26 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของคดีนายศรัณย์รัชต์ ซู่สั้น อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ภายในห้องนอนบ้าน หมู่ 4 บ้านกลางนา ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ด้วยการบังคับให้น้องเอดื่มน้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของสารเมตแอมเฟตามีน จากนั้นได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราเป็นเหตุให้อวัยวะฉีกขาด อีกทั้งยังพบร่องรอยมีบาดแผลบริเวณทวารหนักและเสียชีวิต จากนั้นทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การจับกุม และออกหมายจับ ผู้ต้องหา 2 คน ประกอบด้วย นายศรัณย์รัชต์ ซู่สั้น และพ่อของ ด.ญ.เอ และต่อมาทางพนักงานสอบสวน สภ.หนองตรุด ได้นำตัวพ่อของด.ญ.เอ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดตรัง พร้อมทั้งศาลมีการไต่สวน ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุได้ให้การปฎิเสธในชั้นศาล

ล่าสุด นายรชต ซู่สั้น อายุ 53 ปี บิดาของนายศรัณย์รัชต์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนมอบหมายให้ทนายความทำเรื่องยื่นประกันตัวนายศรัณย์รัชต์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่ตนได้ยื่นขอประกันตัวลูกชายที่ศาลจังหวัดตรังแล้วแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวลูกชายตนจะหลบหนี อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทนายจะยื่นประกันตัวต่อศาลอุทธรณ์อีกครั้งเนื่องจากลูกของตนไม่ได้กระทำความผิด และผลก็ออกมาแล้วว่า พ่อ ด.ญ.เอ เป็นผู้ข่มขืนลูกสาวของตัวเอง

นายรชตกล่าวว่า วันนี้ทนายความและตนจะไปเยี่ยมลูกชายที่ฝากขังอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดตรัง โดยที่ทนายจะได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ต่อรูปคดีที่จะขอประกันตัว ขณะนี้ลูกชายของตนก็สบายดี ถูกขังแยกออกจากผู้ต้องหาอื่นๆ ในเรือนจำ ตนตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อทางตำรวจมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่า พ่อ ด.ญ.เอ เป็นผู้ลงมือกระทำ พร้อมรับสารภาพ ต่อมากลับคำให้การปฎิเสธ ไม่แน่ใจว่าอะไรเกิดขึ้น ถ้าไม่ผิดจริงคงไม่คิดที่จะมาฆ่าตัวตาย ขณะนี้ก็ต้องมอบหมายให้ทางทนายความและทางตำรวจดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกชายผม

Advertisement

รายงานข่าวระบุว่า เหตุผลที่ทางตำรวจออกหมายจับพ่อของ ด.ญ.เอ เนื่องจากขณะนี้มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลพิสูจน์ทางดีเอ็นเอแล้วว่า มีการตรวจพบคราบอสุจิ นายสมหมาย(นามสมมุติ) ในกางเกงของ ด.ญ.เอ จึงนำหลักฐานชิ้นสำคัญดังกล่าว พร้อมสำนวน พยานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ และขออนุมัติหมายศาลเพื่อจับกุมตัว หากพยานไม่แน่ชัด ศาลเองคงไม่ออกหมายจับให้

ด้านนักกฎหมายรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การที่จะออกหมายจับผู้ต้องสงสัยในคดีใดคดีหนึ่งนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม พยานวัตถุ ที่สำคัญหลักฐานสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ป็นการนำเอาวิชาความรู้ในทางด้านวิทยาศาสตร์ ในการเก็บและพิสูจน์หลักฐาน ตรวจร่างกายและวัตถุพยาน  อาทิ เส้นผม ลายนิ้วมือ คราบอสุจิ ขนเพชร เพื่อช่วยในการค้นหาความจริง และผลพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ เป็นต้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ตรวจ ดังนั้นผลตรวจทั้ง 2 อย่างเป็นหลักฐานที่สามารถชี้ชัดไปถึงตัวผู้กระทำความผิดที่ศาลจะให้ความเชื่อถือมากที่สุด  พร้อมทั้งนำหลักฐานอื่นๆ มาประกอบอีกด้วย

“ในกรณีที่ศาลจังหวัดตรัง อนุมัติออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาคดีข่มขืน ด.ญ.เอ เชื่อได้ว่าศาลมีการตรวจสอบสำนวนการสอบสวน รวมถึงพยานหลักฐานอื่น รวมทั้งผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และดีเอ็นเอ จะอนุมัติออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาได้ แต่กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา ดังนั้นทางผู้ต้องหามีสิทธิที่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป” นักกฎหมาย กล่าว