เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักเด็กหญิงโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ของมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) เลขที่ 9 ม.11 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จนทำให้เด็กหญิงชั้นอนุบาล-ป.6 เสียชีวิต 17 คนและบาดเจ็บ 5 คน รอดชีวิตจำนวน 16 คน เหตุเกิดวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดการคลี่คลายในคดียังคงอยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน นำโดย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จ.เชียงราย พ.ต.อ.ประหยัด สิงสิน ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า พร้อมคณะกรรมการคลี่คลายคดี ภ.5 ยังคงมีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของตำรวจอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีการสรุปสำนวนคดีอย่างเป็นทางการ กระนั้นก็มีรายงานแนวโน้มของคดีว่าเกิดจากอุบัติเหตุจากการหลอมละลายของขั้วหลอดไฟที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน
ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุยังคงมีประชาชนและองค์กรต่างๆ เดินทางไปเยือนอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งนำเงิน ข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้ง น้ำดื่ม ฯลฯ ไปร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก บางกลุ่มเป็นคณะจากองค์กรทางคริสต์ศาสนาหลายสถานที่ เดินทางไปอ่านพระคัมภีร์นมัสการพระเจ้าเพื่อให้ดวงวิญญาณของเด็กหญิงทั้ง 17 คนไปสู่สรวงสวรรค์ด้วย
นายเรวัตร วาสนา ผู้จัดการโรงเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้มีประกาศปิดทำการเรียนการสอนชั่วคราวเป็นเวลา 7 วันนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และจะครบกำหนดเปิดเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 30 พ.ค.นี้ ซึ่งทางโรงเรียนก็ยืนยันว่าจะยังคงเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ โดยไม่มีนโยบายในการปิดโรงเรียนหรือส่งเด็กไปเรียนที่อื่นแต่อย่างใด แต่หากมีผู้ปกครองประสงค์จะให้บุตรหลานไปเรียนที่อื่นเราก็ยินดีแต่หากมีความมั่นใจอยู่ก็ขอขอบคุณอย่างมาก ทั้งนี้โดยหลักการบริหารจะแยกส่วนกันระหว่างโรงเรียนและหอพักนักเรียน เพียงแต่สองหน่วยงานอยู่ภายใต้มูลนิธิ
นายเรวัตร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามแม้การทำงานก็มีการเชื่อมโยงกันระหว่างเด็กที่พักอยู่ในหอพักและเด็กที่อยู่ในหอพักก็ไม่ได้เรียนในโรงเรียนทั้งหมดโดยบางส่วนออกไปเรียนที่อื่นด้วยเช่นกัน สำหรับสถานที่อาคารแห่งเดิมนั้นได้มีการประชุมหารือกันแล้วว่าจะมีการรื้ออาคารแห่งนี้ออกเสียและสร้างเป็นสวนพฤกษศาสตร์เพื่อระลึกถึงเด็กทั้ง 17 คน และลบภาพความเจ็บปวดในอดีตออกไปให้หมด
นายเรวัตร ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าประตูของอาคารหอพักมีการปิดจากด้านนอกนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะตามปกติประตูจะปิดจากด้านในและแม่บ้านก็ยืนยันว่าช่วงที่ออกไปก็ปิดประตูจากด้านในก่อนจะเดินอ้อมไปออกประตูด้านหลังและออกไปทำธุระก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเหตุนี้ก็ถือว่าเกิดขึ้นด้วยเหตุสุดวิสัยจริงๆ
ด้านนางพิมพ์ วาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนเคยมีนักเรียนอยู่จำนวน 142 คน และได้สูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปจำนวน 17 คน แต่ก็ยังเหลือที่รอดชีวิตและไม่ประสบเหตุให้ต้องดูแลอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจะยังคงทำหน้าที่ดูแลเด็กเหล่านี้ต่อไปให้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนแจ้งว่า ภายหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวพบว่ามีผู้ปกครองประสงค์จะให้บุตรหลานออกไปเรียนที่อื่นแล้วจำนวน 16 คน โดยบางส่วนเป็นผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในคืนวันที่ 22 พ.ค.ดังกล่าว และบางส่วนมีผู้ปกครองที่สูญเสียบุตรหลานในเหตุการณ์นี้ 1 คนและเมื่อมีบุตรหลานบางคนรอดชีวิตก็ได้ขอย้ายไปเรียนที่อื่น กระนั้นจนถึงปัจจุบันตัวเลขจำนวนนักเรียนก็ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน
ด้านนายประเสริฐ จิตพลีชีพ นายอำเภอเวียงป่าเป้า กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้มีการช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาเป็นจำนวมาก ทั้งนำอุปกรณ์ สิ่งของมามอบให้ ซึ่งทางอำเภอได้ทำการเปิดศูนย์และเปิดบัญชีธนาคารเพื่อเปิดรับบริจาค ปรากฎว่าได้มีภาคประชาชนและหน่วยงานอื่นๆให้ความเห็นใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จนขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ ได้คลี่คลายแล้วทำให้ทางอำเภอมีกำหนดที่จะทำการเปิดศูนย์ช่วยเหลือไปจนถึงวันที่ 3 มิถุนายน ก่อนจะมีการปิดศูนย์และมอบเงินและสิ่งของบริจาคทั้งหมดให้กับทางผู้ประสบภัยและทางโรงเรียน โดยจะมีการดำเนินการจัดสรรเงินที่ได้รับบริจาคตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคให้ดีที่สุดต่อไป

