เสี่ยโป้ พาผู้รับเหมา ร้องกองปราบฯ ถูกลูกน้องนักการเมืองดังข่มขู่ หลังกู้เงินแล้วไม่จ่ายคืน

13.05.19 | 15:45 น.

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายณัฐพัฒน์ สุรินต๊ะ อายุ 30 ปี ผู้ประกอบการรับเหมาติดตั้งและรับผลิตอุปกรณ์สัญญาณจราจร พร้อม นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ เน็ตไอดอลอายุ 27 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. ขอความเป็นธรรมหลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบและเป็นลูกน้องคนสนิทของนักการเมืองชื่อดังฝั่งธนบุรีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย หากไม่ยอมจ่ายเงินดอกเบี้ยเงินกู้ พร้อมนำหลักฐานคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายทุนเงินกู้ที่มีลักษณะข่มขู่ มาประกอบการพิจารณา


นายณัฐพัฒน์กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนได้ไปกู้ยืมเงินจากนายทุนเงินกู้ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของนักการเมืองชื่อดังฝั่งธนฯ จำนวน 290,000 บาท เพื่อต่อยอดธุรกิจรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สัญญาณป้ายไฟจราจรของตนเอง โดยที่ไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้อย่างเป็นทางการ เพียงตกลงกันด้วยวาจา โดยตนรับปากว่า จะยอมจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับนายทุนคนดังกล่าวในอัตราร้อยละ 10 ของเงินที่กู้ยืมมาต่อเดือน

ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่ยืมเงินมา ตนพยายามจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยตรงตามกำหนดทุกเดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่สามารถจ่ายค่าดอกเบี้ยให้กับนายทุนคนดังกล่าวได้ เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงโทรศัพท์ไปขอผัดผ่อน โดยจะจ่ายเงินเดือนละ 3 หมื่นบาท ร่วม 10 เดือน แต่นายทุนคนดังกล่าวยังไม่พอใจ พร้อมข่มขู่ตนว่าจะทำร้ายตนและคนในครอบครัว ทั้งยังนำเรื่องของตนไปโพสต์ประจานในเฟซบุ๊ก หาว่าเป็นมิจฉาชีพ จึงเกรงว่าคนในครอบครัวจะได้รับอันตราย ก่อนไปปรึกษากับเสี่ยโป้

Advertisement

นายณัฐพัฒน์กล่าวยอมรับว่า ตนเองก็เป็นฝ่ายผิดที่ยืมเงินมาแล้วไม่มีเงินคืนให้ แต่ยืนยันไม่ได้มีเจตนาหลบหนีไม่จ่ายหนี้ แต่อยากขอเวลาหาเงินก่อน เพราะตอนนี้ธุรกิจของตนประสบปัญหาจริงๆ ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนกับนายทุนเงินกู้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักการเมืองลูกพี่ของนายทุนคนดังกล่าวแต่อย่างใด

นายอภิรักษ์ หรือเสี่ยโป้ กล่าวว่า สำหรับนายทุนคนดังกล่าวนั้น ตนทราบชื่อว่า นายต๋อง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เคยมีประวัติถูกจับกุมเกี่ยวกับคดีอาวุธปืน มีประวัติทำร้ายร่างกายผู้อื่นหลายครั้ง ล่าสุดไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะใช้อาวุธปืนข่มขู่หญิงสาวรายหนึ่ง หลังจากมีปากเสียงกันระหว่างการเจรจาซื้อขายรถยนต์

เบื้องต้น พ.ต.ต.หญิง  บุญทิวา ได้สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนรวบรวมรายงานส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป