สาวแสบปลอมตัว ใส่วิก เปลี่ยนเสื้อ ลวงตบทรัพย์เหยื่อนับ100 สูญ5ล้าน

26.05.16 | 15:36 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. แถลงฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก จับกุม น.ส.สุมิตตา ยวงสวัสดิ์ อายุ 32 ปี ชาว จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัส วิกผม หมวกแก๊ป เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล รองเท้าแตะแบบหนีบสีเหลือง เงินสด 29,300 บาท สมุดบิลเงินสด 2 เล่ม และกระเป๋าสะพายสีดำ ได้บริเวณลานจอดรถโซน 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม น.ส.จรรยาเ พ็ชรสิงห์ ผู้เสียหาย พนักงานรับแลกเงิน ในตู้ร้บแลกเงินของบริษัทมันนี่กูรู จำกัด เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางรัก แจ้งความร้องทุกข์ต่อร้อยเวร สน.บางรัก ว่า เมื่อเวลา 12.10 น. หญิงไทยไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ถือซองเอกสารสีน้ำตาลเดินเข้ามาหา น.ส.จรรยา อ้างว่านำซองเอกสารมาส่งพร้อมทั้งมาเก็บเงิน 75,500 บาท ตามคำสั่งนายจ้างของ น.ส.จรรยา จากนั้นผู้ต้องหาหยิบโทรศัพท์แล้วแกล้งทำทีโทรศัพท์และพูดคุยกับนายจ้างของ น.ส.จรรยา โดยมีใจความว่านำซองเอกสารมาส่งที่ตู้แลกเงิน และบอกกับ น.ส.จรรยาว่านายจ้างของ น.ส.จรรยาสั่งให้นำเงิน 75,500 บาท ให้แก่ผู้ต้องหา จากนั้นผู้ต้องหาบอกกับว่า น.ส.จรรยา ว่าจะเข้าไปรับเงินในตู้รับแลกเงินเนื่องจากเงินมีจำนวนมาก น.ส.จรรยาจึงให้ผู้ต้องหาเข้ามาในตู้รับแลกเงิน เมื่อ น.ส.จรรยา นับเงินเสร็จเรียบร้อยผู้ต้องหาบอกให้ น.ส.จรรยา โทรศัพท์หานายจ้าง น.ส.จรรยา จึงหยิบโทรศัพท์ไอโฟน รุ่น 6 พลัส สีขาว ขึ้นมาโทรหานายจ้าง

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า ขณะที่ น.ส.จรรยา กำลังคุยกับนายจ้างผู้ต้องหาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือ น.ส.จรรยาไปคุยเอง แกล้งทำทีเป็นคุยกับนายจ้างของ น.ส.จรรยา ว่าเอาซองเอกสารมาส่งแล้วพร้อมทั้งเก็บเงิน 75,500 บาท ตามคำสั่งของนายจ้างของ น.ส.จรรยา จากนั้นผู้ต้องหาเดินไปหยิบเงินจำนวน 75,500 บาท ที่เคาน์เตอร์แล้วเดินออกมาจากตู้รับแลกเงินพร้อมกับถือโทรศัพท์ของ น.ส.จรรยา โดยบอกกับ น.ส.จรรยาว่าจะเอาโทรศัพท์ไปให้นายจ้างของผู้ต้องหาคุยกับนายจ้างของ น.ส.จรรยา ก่อนที่ผู้ต้องหาวิ่งหนีหลบหนีไปพร้อมเงินและโทรศัพท์

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า จากนั้นผู้ต้องหาเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดวิกผมก่อนเดินออกมาจากอาคารแล้วเรียกแท็กซี่หลบหนีเพื่อไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอินโนว่า หลังรับแจ้งฝ่ายสืบสวนสน.บางรัก ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และจับกุม น.ส.สุมิตตา มาดำเนินคดีดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหารับว่า ต้องการเงินไปจ่ายในครอบครัวไปซื้อรถ และเล่นการพนัน ทุกครั้งที่ก่อเหตุจะสวมวิกผมปลอมและสวมหมวกทับอีกชั้น เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนหลังก่อเหตุทุกครั้งเพื่ออำพรางตัวในการหลบหนี และให้ยากต่อการติดตามจับกุม โดยผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดมาแล้วกว่า 100 ครั้ง มีประวัติต้องคดีอาญา 47 คดีและถูกออกหมายจับไว้ 29 หมาย

Advertisement

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมและแถลงข่าวมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2554 อาทิ หลอกว่าให้มาเก็บเงินค่าผักผลไม้ ค่าต่อเติมบ้าน ค่าทำห้องน้ำ ค่าซ่อมบ้าน ในหลายจังหวัด อาทิ จ.ปทุมธานี กทม. สุราษฎร์ธานี และ ชลบุรี เป็นต้น รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท