อุทธรณ์สั่ง’อดีตผจก.แบงก์ใบโพธิ์’ ชดใช้20ล้านคืนแม่เฒ่า หลังเชิดเงินขายที่ดินนับ100ล้าน(คลิป)

26.05.16 | 15:50 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณา 815 ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีผู้บริโภคที่ น.ส.เอื้อมบุญ จันทร์สมา อายุ 63 ปี เป็นบุคคลทุพพลภาพ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 (โจทก์ถอนฟ้องคดีแล้ว) และนายถนอมศักดิ์ ชลิตังกูล อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระรามสี่ จำเลยที่ 2 เรื่องผิดสัญญาเงินฝากและละเมิด เรียกค่าเสียหายเป็นเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย รวม 127,063,269 บาท


คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อปี 2557 ให้นายถนอมศักดิ์ จำเลยที่ 2 ชดใช้เงินคืน น.ส.เอื้อมบุญ โจทก์ 20 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องวันที่ 28 กันยายน 2555 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมศาลแทนโจทก์ พร้อมค่าทนายความแทนโจทก์ด้วย 50,000 บาท

ต่อมาคู่ความยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าที่ศาลชั้นต้น พิพากษาให้นายถนอมศักดิ์ จำเลยที่ 2 ชดใช้เงินคืน 20 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จ่ายค่าทนายความแทนโจทก์ 50,000 บาท ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืน

Advertisement

ภายหลังนายวันชัย ศรีสันติธรรม ทนายความของ น.ส.เอื้อมบุญ โจทก์ กล่าวว่า ยอดเงินที่ศาลพิพากษาให้จำเลย ชดใช้ คืนแก่โจทก์นั้น เป็นจำนวนที่นายถนอมศักดิ์ จำเลยที่ 2 เคยรับสารภาพยินยอมจะชดใช้ให้ 20-25 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์นั้นโจทก์ได้ถอนฟ้องไปแล้ว เนื่องจากได้มีการเยียวยาให้โจทก์แล้ว ขณะที่คดี ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว หากจะยื่นฎีกาต้องเสนอให้ผู้พิพากษาอนุญาตฎีกา หลังจากนี้ต้องไปสืบหาทรัพย์ในชื่อของจำเลย มาบังคับคดีเพื่อจำเลยชำระเงินตามคำพิพากษาต่อไป เงินค่าเสียหาย 20 ล้านบาท ส่วนดอกเบี้ยคิดคำนวณประมาณปีละ 1 ล้านบาท นับจากปี 2555

นายวันชัยกล่าวต่อว่า มูลเหตุคดีเริ่มเมื่อปี 2550 ที่ น.ส.เอื้อมบุญ โจทก์ ขายที่ดินย่านสุขุมวิท ราคากว่า100 ล้านบาท มอบอำนาจให้นายถนอมศักดิ์ อดีต ผจก.ธนาคาร เป็นผู้นำเงินไปฝากเนื่องจากไว้วางใจ ขณะที่ น.ส.เอื้อมบุญ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล มาทราบว่าเงินหายไปจากบัญชีเมื่อปี 2555 จึงเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แต่ผ่านมากว่า 4 ปี คดีไม่มีความคืบหน้าตำรวจระบุว่าอยู่ระหว่างสอบพยานเพิ่มเติม คดีเหลืออายุความเพียง 1 ปี ส่วนนายถนอมศักดิ์ ทราบว่าที่ผ่านมา เปลี่ยนชื่อเป็นนายวรเศรษฐ์ ภาณุพงศ์สิน ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 3 ปี 6 เดือน จากคดีที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ยื่นฟ้องไว้ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยนายถนอมศักดิ์รับโทษมาใกล้จะครบกำหนดปล่อยตัวในเดือนกรกฎาคมนี้ จึงอยากให้ตำรวจเร่งสอบสวนคดีที่ได้แจ้งความเพื่ออายัดตัวดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ น.ส.เอื้อมบุญ โจทก์ ที่นั่งวีลแชร์ วันนี้เดินทางมาพร้อมคนใกล้ชิดด้วยสีหน้าสดใส กล่าวว่า จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อรักษาอาการป่วยของตัวเอง รักษาโรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ฝากถึง ผบ.ตร. ขอความเป็นธรรมในคดีอาญาที่ บก.ป.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานด้วย เนื่องจากคดีล่าช้า