ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม นายเอ (นามสมมุติ) พร้อมด้วยนายวรพจน์ พิมพ์อ่อน ทนายความได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วุฒิ เดชวงษ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
หลังจากนั้นนายเอได้เปิดเผยว่า การเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในวันนี้ก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจซึ่งตนเองนั้น ในเรื่องนี้ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร และคิดว่าการทำแบบนี้ถ้าถูกจับได้ก็จะทำให้การสอบนั้นเป็นโมฆะ ไม่คิดว่าจะต้องโดนคดีอาญา สำหรับแว่นตาที่เอามาใช้นั้นหาซื้อได้ในราคา 1,000-2,000 บาท เพื่อนำมาถ่ายข้อสอบและเอาไปขายก็จะได้ประมาณหมื่นกว่าบาท โดยไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ในครั้งแรกที่ถูกจับได้ตนก็ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา ทราบว่าเป็นแค่พยาน เขาเอาเอกสารมาให้เซ็นก็เซ็นให้หมด หลังจากนั้นไม่ทราบว่าเพราะอะไรตกเป็นผู้ต้องหาด้วย โดยถูกออกหมายเรียก วันนี้จึงเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยทางนายวรพจน์ทนายความกล่าวสั้นๆ ว่า คดีนี้จะสู้ถึงฎีกา คงจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี
ทางด้าน พ.ต.ท.วุฒิ เดชวงษ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนได้เปิดเผยว่า หลังจากนายเอเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ในเบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหา “เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลายทำให้ได้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรม หรือเอกสารของผู้อื่นซึ่งอาจทำให้ประชาชนหรือผู้อื่นได้รับความเสียหาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และทางตำรวจได้ให้ประกันตัวออกไปโดยใช้เงินประกัน 2 แสนบาท ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายเรียกที่เหลืออีก 3 คนนั้น ถ้าหากว่ายังไม่เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ได้กำหนดไว้ ทางตำรวจก็ต้องพิจารณาอีกทีว่าจะออกหมายเรียกอีกหรือไม่ ต้องหารือผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง

