‘เผาป้อม-กรีดป้ายจราจร’สนามบินดอนเมือง สงสัยแท็กซี่ถูกจับปรับห้ามจอด

27.05.16 | 08:45 น.

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ร.ต.อ.นาวิน สนิทผล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจร ริมถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางออกสนามบินดอนเมือง ช่องทางที่ 5 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง รุดไปตรวจสอบ


image

ที่เกิดเหตุริมถนนวิภาวดีด้านขาเข้า หน้าสนามบินดอนเมืองบริเวณช่องทางออกสนามบิน ช่องทางที่ 5 พบป้อมจราจรชั่วคราวของสน.วิภาวดี ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด จนเหลือแต่โครงเหล็ก ทั้งนี้ยังพบป้ายประกาศของศูนย์ควบคุมการจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ข้อความระบุว่า “ห้ามรถรับจ้างสาธารณะหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณนี้ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด” ที่ติดอยู่กับผนังกำแพงของสนามบินสภาพถูกตัดลงมาแขวนไว้กับป้าย บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด อีก 1 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

image

Advertisement

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานรายหนึ่ง ทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตลอดจนช่วงค่ำ (26 พ.ค.) ตำรวจจราจรสน.วิภาวดี ได้จัดระเบียบการจอดของรถสาธารณะ บริเวณด้านหน้าสนามบินดอนเมือง โดยไม่ให้รถรับจ้างสาธารณะจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ตลอดริมถนนวิภาวดี ด้านขาเข้าตั้งแต่สะพานลอยโรงแรมอามารี แอร์พอร์ต จนถึงประตูทางออกสนามบินช่องทางที่ 5 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำป้ายประกาศห้ามจอดมาติดไว้ตลอดแนวกำแพง ซึ่งการติดป้ายดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเปิดใช้อาคารผู้โดยสารอาคาร 2 ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่เดินออกมาเรียกรถสาธารณะที่ทางออกช่องทางที่ 5 เป็นจำนวนมาก เป็นช่องทางที่ใกล้กับตัวอาคารมากที่สุด ทำให้รถแท็กซี่ขยับมาจอดริมถนนเป็นทางยาว แต่จุดดังกล่าวไม่อนุญาตให้มีการจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จับปรับกันบ่อยครั้ง อาจทำให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะส่วนใหญ่ไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่

ร.ต.อ.นาวิน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นการวางเพลิง เนื่องจากป้อมจราจรดังกล่าวไม่มีการเดินกระแสไฟฟ้ามาใช้แต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงป้อมจราจรชั่วคราว เพลิงไหม้ทำให้ตัวป้อมที่ทำจากใยแก้วได้รับความเสียหายจนหมดเหลือแต่โครงเหล็ก และยังมีป้ายประกาศของสน.วิภาวดี ถูกฉีกได้รับความเสียหาย 1 แผ่น โคมไฟส่องป้ายของบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด เสียหาย 2 ดวง ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป