วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. นายยงยุทธ เกียรติศักดิ์โสภณ อธิบดีอัยการภาค 1 พร้อม ด้วยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายกฤษดา โรจนวรรณ อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แถลงผลสรุป การพิจารณาสำนวนคดีของสถานีตำรวจภูธรพระอินทราชา ซึ่งพักงานสอบสวนยื่นสำนวนให้อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิจารณาคดีที่ นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนต์ชนนิสิตปริญญาโทเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 59 ที่ผ่านมา รวมจำนวน 8 ข้อหา
นายยงยุทธ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานอัยการสูงสุดให้ความสำคัญต่อคดีนี้มากเพราะว่าสังคมทั้งประเทศจับตามองการทำงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทุกฝ่าย จึงมีคำสั่งให้เร่งรัดพิจารณาสำนวนหลังจากตำรวจส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมให้พิจารณาสำนวนของตำรวจแบบเร่งรัด รัดกุม ถูกต้อง โปร่งใส่ ซึ่งทีมอัยการทำงานเป็นองค์คณะ ได้พิจารณาอย่างละเอียดแล้วตามข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยาน หลักฐาน และความเป็นธรรม เสร็จแล้วมีมติให้ยื่นฟ้องผู้ต้องหา ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันนี้ รวม 8 ข้อหา ตามที่ตำรวจทำสำนวนเสนอมา
ด้านนายกฤษดา โรจนวรรณ อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับ 8 ข้อหาประกอบด้วย 1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 3.ขับรถยนต์ในขณะเมาสุรา 4.เสพยาเสพติดแล้วขับรถยนต์ 5.ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ 6.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 7.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตาม พรบ.จราจร ที่ขอตรวจสอบหรือทดสอบกรณีตรวจหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในวันที่เกิดเหตุ และ 8.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา
“และในท้ายฟ้อง เสนอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ นายเจนภพตลอดชีวิต และให้ศาลใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยกับนายเจนภพต่อสังคม ด้วยการส่งตัวไปควบคุมในสถานพยาบาลเพราะมีจิตบกพร่อง หากได้รับการลดโทษ และขอให้ศาลสั่งนายเจนภพหยุดเสพยาเสพติดและสุรา ตามเวลาที่ศาลกำหนด ส่วนญาติผู้เสียชีวิต สามารถเรียกค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าสินไหม จากนายเจนภพได้ และหากญาติผู้เสียชีวิตประสงค์จะขอเป็นโจทย์ร่วมกับอัยการจังหวัดก็สามารถทำได้ ส่วนฝ่ายนายเจนภพสามารถตั้งทีมทนายเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลได้เต็มที่” นายกฤษดา กล่าว

ขณะที่ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในการยื่นห้องต่อศาลในวันนี้ กำหนดยื่นในช่วงบ่ายต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่ต้องนำตัวนายเจนภพมาพร้อมในการยื่นวันนี้ เพราะว่านายเจนภพนั้น อยู่ในการควบคุมของศาลอยู่แล้ว เพราะถูกออกหมายขังและมีการประกันตัวและได้มารายงานต่อศาลตามกำหมดอยู่แล้ว วันนี้ทีมอัยการสามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันที ตามที่กฎหมายให้สิทธิ์
ทั้งนี้ กรณีที่หลายฝ่ายประสงค์ต้องการให้มีการแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาต่อนายเจนภพเพราะขับรถเร็วมากนั้น มีความชัดเจนว่าตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหานี้เพราะขาดองค์ประกอบในข้อกฎหมาย และทีมอัยการเห็นชอบตามที่ตำรวจเสนอมาเพียง 8 ข้อหาข้างต้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ทางอัยการให้ทัศนะว่า หากญาติต้องการฟ้องในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนานี้ สามารถตั้งทีมนายความยื่นฟ้องต่อศาลเองได้ และอยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะรับคำฟ้องหรือไม่รับในข้อหานี้
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. นายกฤษดา ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมนำสำนวนสั่งฟ้องคดี เลขที่ จร.67 / 2559 สั่งฟ้อง นายเจนภพ ในฐานความผิด 8 ข้อหา กรณีขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ ของนิสิตปริญญาโทจนเสียชีวิต 2 ศพ เพื่อขอให้ศาลจังหวัด รับสำนวนสั่งฟ้อง พิจารณาลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัด ฯ ลงมารับมอบเอกสารสำนวนสั่งฟ้องดังกล่าว
จากนั้นอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เปิดเผยว่า การนำสำนวนสั่งฟ้องนายเจนภพ ยื่นต่อศาลเป็นที่เรียบร้อย ตามขั้นตอนของกฎหมาย และศาลท่านได้มีคำสั่ง นัดนายเจนภพ มารับฟังคำสั่งฟ้อง ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเวลา 08.00 น.ของวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ และต่อจากนี้ไป จะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาไต่สวนทางคดี ของศาลจังหวัด ที่จะนัดนำสืบพยานหรือให้ผู้เกี่ยวข้องทางคดีมาเบิกความ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาล และหากถึงวันนัดหมาย นายเจนภพไม่มาตามนัด ก็เป็นดุลพินิจของศาลท่าน จะดำเนินการตามกฎหมายได้อีกเช่นกัน

