“ศานิตย์”เผยมือแทง”วิศวกร”ไม่ใช่คนละแวกที่เกิดเหตุ ชงหมายจับหลังประมวลภาพจากวงจรปิด

27.05.16 | 12:40 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงนายนเรศ หวังทางมี อายุ 33 ปี หนุ่มวิศวกรระบบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเสียชีวิต ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ไปจอดรอรับแฟนสาวบริเวณหน้าหมู่บ้านกลางเมืองย่านลาดพร้าว ก่อนจะพยายามชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีไป แต่ถูกพลเมืองดีช่วยกันสกัดรถจักรยานยนต์ไว้ได้ โดยคนร้ายหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าตอนนี้ตำรวจตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 2 ประเด็น ประเด็นหลักคือเรื่องการประสงค์ต่อทรัพย์ ประเด็นรองคือเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าพิสูจน์ตรวจสอบแล้วพบว่ามุ่งหมายทรัพย์แต่เพื่อให้สามารถเอาทรัพย์ไปได้โดยใช้วิธีการฆ่าก็จะต้องมาพิจารณาดำเนินการในส่วนนั้น ซึ่งวันนี้ก็ได้รับรายงานว่าการติดตามจับกุมคนร้ายมีความคืบหน้าไปพอสมควร เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะไม่ใช่คนในละแวกดังกล่าว น่าจะมาจากที่อื่น แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นว่าจะเป็นแถวนั้นหรือไม่ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวน ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน จะพยายามคลี่คลายคดีนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด คาดว่าไม่นานจะมีความชัดเจนมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมาดักซุ่มบริเวณดังกล่าวเป็นระยะเวลานานหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่จุดที่จะต้องติดตามต่อคือ หลังก่อเหตุแล้วคนร้ายหลบหนีไปทางไหน แล้วสาเหตุของการก่อเหตุคืออะไร


ผู้สื่อข่าวถามว่า น้ำหนักยังคงเป็นเรื่องของการประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่า พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า จากที่เราเห็นภาพคือคนร้ายแทงแล้วก็เอาทรัพย์ไป ก็เป็นเรื่องทรัพย์ชัดๆ แต่เจตนาภายในก็ต้องตรวจสอบดูว่ามันเป็นเรื่องมีสาเหตุส่วนตัวแล้วไปประสงค์ต่อชีวิต หรือรับจ้างมาแล้วก็แกล้งมาแทงเพื่อจะเอาทรัพย์อย่างนั้นหรือไม่ เราก็ต้องสอบให้สิ้นข้อสงสัยทุกประเด็น จากการสอบปากคำแฟนสาวผู้ตาย ก็ให้การว่าไม่เคยมีปัญหาโกรธเคืองกับใคร ซึ่งทั้งคู่เป็นคนบ้านเดียวกันที่ จ.สุรินทร์ สอบปากคำญาติพี่น้องก็ไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุที่เป็นมูลเหตุให้ผู้ตายถูกทำร้าย ซึ่งเราก็ต้องทำการพิสูจน์ทราบต่อไป

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อขอศาลออกหมายจับ นอกจากนี้ จะนำบุคคลที่เห็นคนร้ายตามสถานที่ต่างๆ เข้าให้ปากคำเพื่อสเกตช์ภาพคนร้ายเพื่อความแม่นยำ จากการไล่กล้องวงจรปิดพบว่า ตั้งแต่คนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปภายในซอยลาดพร้าว 36 และได้ทิ้งเสื้อคลุมยีนส์ ผ้าปิดปาก ถุงมือไว้ที่ถังขยะข้างทางก่อนจะวิ่งออกมาจากซอยผ่านร้านเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งน่าเสียดายที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวกล้องไม่สามารถบันทึกภาพได้ จากนั้นคนร้ายได้ข้ามถนนมาฝั่งลาดพร้าวขาออก ก่อนจะขึ้นรถประจำทางสาย 514 วิ่งระหว่างลาดพร้าว-บางกะปิ ก่อนคนร้ายจะลงรถประจำทางบริเวณป้ายรถประจำทางหน้าตลาดแฮปปี้แลนด์และเดินหายเข้าไปภายในซอยแฮปปี้แลนด์ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานตำรวจในพื้นที่คือ สน.ลาดพร้าวแล้ว และขณะนี้ตำรวจ บก.สส.บชน. ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.เจริญกล่าวต่อว่า ในส่วนของประเด็นในการก่อเหตุในครั้งนี้ก็ยังตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ มีความประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้ตาย และประเด็นที่สองคือเรื่องปัญหาส่วนตัว ขณะนี้ได้ทำการสอบสวนญาติและพยานไปแล้วรวม 10 ปาก เชื่อว่าขณะนี้คนร้ายยังหลบหนีอยู่ภายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการก่อเหตุดังกล่าวเป็นการเตรียมการมาหรือไม่ แต่หากพิจารณาจากพฤติการณ์ก็น่าเชื่อได้ว่าเตรียมการมาก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือผู้ตายนั้น ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งถึงแม้ว่ากล้องอาจจะไม่ชัด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่าหากใครรู้จักคนร้าย เห็นภาพวงจรปิดก็น่าจะจำและระบุตัวบุคคลได้

Advertisement

ก.5

ก.6