ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ป้อมจราจรชั่วคราวของสน.วิภาวดี ริมถนนวิภาวดีขาเข้า หน้าสนามบินดอนเมืองบริเวณช่องทางออกสนามบิน ช่องที่ 5 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน. สน.ดอนเมือง กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้สาเหตุอาจเกิดจากหลายอย่าง ทั้งความขัดแย้งของตำรวจจราจร สน.วิภาวดี กับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ หรือขัดแย้งกับกลุ่มเด็กแว้น ที่ถูกจัดระเบียบด้านการจราจร หรือสาเหตุเพลิงไหม้จากดวงไฟสปอตไลต์ที่อยู่ใกล้กับป้อมที่เกิดเหตุ อาจร้อนมากจนมาติดหลังคาป้อมที่เป็นไฟเบอร์ทำให้ติดไฟ หรือคนเร่ร่อนสูบบุหรี่ทิ้งไว้ ต้องรอผลตรวจจากพฐ.ก่อน ส่วนภาพวงจรปิดที่ได้เป็นกล้องของการท่าอากาศยาน เป็นภาพมุมสูงระยะค่อนข้างไกล เห็นเพียงแสงเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แต่ไม่เห็นสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้
นายอนันต์ เชื้อวงค์ พนักงานรักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า เข้าเวรรักษาความปลอดภัย อยู่ที่ประตู 5 ของท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 23.00-07.00 น. กระทั่งเวลา 04.20น. เห็นกลุ่มควันลอยมา แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นควันไฟที่ไหม้จากฝั่งวิภาวดีขาออก ต่อมาแม่บ้านที่ทำความสะอาดของการท่า เดินมาบอกว่ามีไฟไหม้ที่บริเวณป้อมตำรวจดังกล่าว จึงไปดูและช่วยนำน้ำไปดับไฟจนสงบ อย่างไรก็ตามทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุตนไม่เห็นบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย
ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ ข้อมูลจากชุดสืบสวน รวมทั้งข้อมูลจากพฐ.พบว่าจุดที่เกิดเพลิงไหม้เป็นป้อมชั่วคราวของ สน.วิภาวดี มีลักษณะเป็นโครงเหล็ก มีเก้าอี้สำหรับ 1-2 คน ด้านบนเป็นหลังคาลักษณะเป็นหมวกตำรวจขนาดใหญ่ วัสดุทำเก้าอี้เป็นไฟเบอร์ เป็นจุดที่ผู้โดยสารที่ออกจากสนามบินมารอขึ้นรถโดยสาร และเป็นจุดที่รถแท็กซี่จอดรับผู้โดยสารเช่นกัน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พฐ. เบื้องต้นทราบว่าไม่พบเหตุผิดปกติหรือร่องรอยว่ามีการวางเพลิงเกิดขึ้น แต่ในบริเวณดังกล่าวพบสายไฟเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟชอร์ต หรืออาจจะมีคนไปนั่งรอรถที่ป้อมดังกล่าวสูบบุหรี่ เนื่องจากเจอก้นบุหรี่จำนวนมาก อาจทิ้งก้นบุหรี่บริเวณที่นั่งซึ่งเป็นไฟเบอร์ทำให้ติดไฟได้ อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจสอบจาก พฐ. มาประมวลสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

