จากเหตุการณ์ที่นายกฤษณะ หรือหรั่ง แก้วชิงดวง อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 4 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นักโทษชาย (นช.) จากเรือนจำพิเศษธนบุรี ได้หลบหนีการควบคุมตัวจากโรงพยาบาลสมุทรสาคร แล้วก่อเหตุชิงรถจักรยานยนต์จากนางสาวศรินธร ชวนนอก อายุ 29 ปี พนักงานของร้านขายยา ที่บริเวณหน้าร้านขายยา “ด๊อกเตอร์เภสัช” ตั้งอยู่เลขที่ 920/236 ถนนเอกชัย ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลบหนีไป ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปพบรถจักรยานยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ในพื้นที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร จึงนำกลับมาตรวจสอบที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 09.40 น.ของวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับนายสุพจน์ แก้วชิงดวง อายุ 60 ปี ที่อยู่ 30 หมู่ 4 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นพ่อของนักโทษชายกฤษณะ ก็เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ทราบเรื่องว่าลูกชายหลบหนีผู้คุมออกมาจากโรงพยาบาลสมุทรสาครนั้น ตนเองก็รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกังวลใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนับแต่รู้ข่าวก็เฝ้ารอทุกนาทีเพื่อให้ลูกโทรศัพท์มาหา จะได้เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว อีกทั้งยังไปบนหลวงพ่อวัดไร่ขิง ขอให้ดลจิตดลใจให้ลูกชายกลับใจยอมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหากลูกไม่กล้าไปคนเดียวก็ให้ติดต่อมาหาพ่อหรือญาติพี่น้อง ทุกคนรอที่จะพาลูกไปมอบตัว แต่จนแล้วจนรอดลูกชายก็ยังไม่ติดต่อมา
นายสุพจน์บอกว่า ตนเองไม่แน่ใจว่าลูกชายก่อเหตุหลบหนีด้วยเรื่องอะไร เพราะถ้าจะเป็นแค่กลัวความผิดจากการรับโทษคดีจำหน่ายยาบ้า 17 เม็ด เป็นเวลา 2 ปีเศษนั้น ไม่ใช่แน่นอน เนื่องจากลูกชายเคยติดคุกมาแล้ว และโทษก็มากกว่านี้ก็ยังยอมอยู่ในเรือนจำแต่โดยดี อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยคุยกับลูกชายแล้ว ซึ่งลูกชายก็บอกว่า โทษแค่นี้ยอมรับไปแป๊บเดียวก็พ้นแล้ว แต่ถ้าจะให้คาดการณ์ก็น่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวใหม่ของลูกชาย ที่อยู่กินกับภรรยาใหม่มาได้ 3 ปี และมีปัญหากันด้วยเรื่องเงินทอง ซึ่งเท่าที่รู้มานั้นแต่เดิมลูกชายเคยเป็นคนดูแลตลาดนัดย่านหนองแขม มีเงินเดือนแต่ละเดือนมากกว่า 1 หมื่นบาท พอหามาได้ก็ให้ภรรยาใหม่เก็บไว้ แต่พอมาระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดี เงินทองได้มาน้อยลง ก็ทำให้มีปัญหากัน จนกระทั่งลูกชายต้องโทษคดียาเสพติด และก่อนที่ลูกชายจะก่อเหตุหลบหนี 1 วันนั้น ทางเมียใหม่ก็ไปหาแล้วไม่รู้ว่ามีการพูดอะไรกันหรือป่าว จึงเป็นสาเหตุให้ลูกชายตัดสินใจก่อเหตุหลบหนีการควบคุมตัวออกมาแบบนี้ แต่ทั้งนี้ตนเองก็ยังไม่โทษว่าเป็นความผิดใครและมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ เพราะยังไม่ได้คุยกับลูกชายเลย เพียงแค่ตอนนี้ต้องการให้ลูกมามอบตัวก่อนเท่านั้น
นายสุพจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้หรั่งมามอบตัว พ่อและทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้าง การหลบหนีไม่ใช่ทางออกที่ดี ไม่มีประโยชน์ อย่าหนีเพราะอย่างไรก็ไม่รอดหรอก ขอให้มามอบตัวสู้คดีเถอะลูก
ส่วนทางด้านของ พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ก็บอกว่า ขณะนี้ทางฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ทำงานโดยประสานความร่วมมือกับ ทางตำรวจนครบาล โดยมีการตามติดในพื้นที่ๆ นักโทษชายมีญาติพี่น้อง ครอบครัวและเพื่อนสนิท ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่นั้นจะอยู่กับทางนครบาล แต่ก็มีการประสานการทำงานและความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่วนการกดดันนักโทษชายรายนี้เพื่อให้เข้ามอบตัวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังทำทุกทางเพื่อต้องการให้ผู้ต้องหารายนี้มามอบตัวโดยเร็วที่สุด
สำหรับนายกฤษณะ อดีตเมื่อปี 2557 เคยต้องโทษตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในข้อหาคดีพรากเด็ก และคดีข่มขืนกระทำชำเรา และกระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยา โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และคดีหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ปราศจากเสรีภาพ พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง และได้พ้นโทษออกมาแล้ว จากนั้นล่าสุดเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ก็มาถูกจับกุมด้วยข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 17 เม็ด ในพื้นที่นครบาล และอยู่ระหว่างการตัดสินคดีของศาล

