เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ร.ต.ท.นพคุณ เสวกพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายทุบตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย สาขาจตุจัตร เลขที่ 1090/6-9 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสี่ห้องอยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ริมถนนพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าสะพานควาย พบตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย และตู้รับฝากเงิน ถูกทุบทำลายสภาพพังเสียหาย หน้าจอถูกรื้อกระจัดกระจาย ตรวจสอบมีหน้าจอตู้ ATM ตัวอ่านบัตร และแผงวงจรคอมผิวเตอร์ ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารและบริเวณใกล้เคียง
พล.ต.ต.เจริญเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าประมาณตี 4 เศษ มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 165 ซม. มีรอยสักยันต์ที่แผ่นหลัง ไม่สวมเสื้อและรองเท้า สวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว เดินมาทางห้าแยกลาดพร้าว เข้ามาที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วสอดบัตรทำรายการถอนเงินถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงเดินกลับไป ผ่านไปอีกประมาณเกือบ 10 นาที ชายคนดังกล่าวก็เดินพร้อมกับท่อนเหล็กยาวประมาณ 1 เมตร ก่อนที่จะตรงเข้าไปทุบที่บริเวณหน้าจอตู้เอทีเอ็ม และตู้ฝากเงินสดพังเสียหาย แล้วหลบหนีไป มูลค่าความเสียหายของตู้อยู่ที่ตู้ละ 2-3 แสนบาท และไม่ได้ทรัพย์สินภายตู้ดังกล่าวไป เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะโมโหที่กดเงินไม่ได้จึงบันดาลโทสะ ส่วนที่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์หรือไม่นั้นก็ต้องรอให้ได้ตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนหาข้อเท็จอีกครั้ง


ต่อมา15.00น. ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.บางซื่อ และกำลังฝ่ายสืบสวนสน.บางซื่อ แถลงจับกุมนายวินัย บัวพุทธา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลางท่อนเหล็กยาวประมาณ 80 เซนติเมตร และ กล่องซีพียู จำนวน 1 กล่อง โดยจับกุมตัวได้ใต้สะพานลอยข้ามแยกลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาตัวคนร้าย จนกระทั่งพบว่าชายเรร่อนพักใต้สะพานแยกลาดพร้าวห่างที่เกิดเหตุ 200 เมตร จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ทำไปเพราะมึนเมาจึงมาก่อเหตุ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
นายวินัยให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพรับจ้างล้างเครื่องกรองน้ำตามบ้าน รายได้ไม่แน่นอน อาศัยหลับนอนอยู่ใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว ซึ่งในวันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ00.00น. ได้เสพสารระเหย(กาว) จนมึนเมา เลยหาเหล็กที่ก่อเหตุนำมางัดตู้เอทีเอ็ม โดยตนคิดว่าตู้ดังกล่าวน่าจะมีเงินเยอะ เมื่อทุบตู้เอทีเอ็มแล้วพบกับกล่องซีพียูภายในตู้ ตนคิดว่าเป็นกล่องเก็บเงิน จึงนำกลับมาที่พัก แต่กลับพบว่าไม่มีอะไร
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์ฯและทำให้เสียทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อดำเนินคดีคามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเวลา16.40น. ตำรวจควบคุมตัวนายวินัยมาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณใต้สะพานคู่ขนานข้ามแยกลาดพร้าว ถนนวิภาวดีขาออก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ซึ่งจุดแรกเป็นที่พักหลับนอน โดยต้องเข้าไปใส่สะพานข้ามแยก ที่มีลักษณะแคบ เข้าออกลำบาก และเป็นที่ซุกซ่อนกล่องซีพียูที่งัดมาจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกร สาขาสวนจตุจักร ต่อมาจุดที่สองเป็นจุดที่เกิดเหตุ บริเวณตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกร สาขาสวนจตุจักร ได้นำตัวนายวินัยมาชี้จุด โดยใช้เวลาการทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 15 นาที ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ เพื่อดำเนินการต่อไป




