
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่กรมศุลกากร นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงจับกุมสินค้าประเภทท่อเหล็ก จำนวน 16,443 ชิ้น น้ำหนัก 481,490 กิโลกรัม ซึ่งผู้ส่งออกได้ทุจริตฉ้อฉลในการขอคืนเงินอากร ตามมาตรา 19 โดยใช้กลวิธีวนสินค้าที่อ้างว่าเป็นของที่ผลิตเพื่อส่งออก และนำสินค้ารายเดียวกันนั้นกลับเข้ามาเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ และตัดบัญชีสินค้าที่นำเข้าตามมาตรา 19 ทวิ อีก ทั้งนี้ เพื่อจะขอคืนอากรในภายหลังรวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 120 ล้านบาท
นายกุลิศ กล่าวว่า กรมศุลกากรได้มุ่งเน้นในการเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบ สินค้าหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อกำกัด สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ รวมถึงกรณีที่มีลักษณะฉ้อฉลเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมศุลกากรจึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ดำเนินการวางแผนสืบสวนหาข้อมูลเพื่อจับกุมขบวนการทุจริตขอคืนเงินอากร โดยเฉพาะสินค้าประเภทท่อเหล็ก ซึ่งจะต้องเสียอากรปกป้องสินค้านำเข้า 41.67% ของราคาส่งมอบ C.I.F. และอากรตอบโต้การทุ่มตลาด 19.47% ของราคา C.I.F.
จากการสืบทราบข้อมูลของหน่วยปฏิบัติการพิเศษว่า มีการวนสินค้าประเภทเหล็กนำเข้าและส่งออกเป็นชุดเดียวกัน แล้วใช้สิทธิขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2482 จึงได้จัดชุดเฝ้าติดตามจนพบว่าบริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ส่งสินค้าออกไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวทางด่านศุลกากรมุกดาหารโดยรถบรรทุกกึ่งพ่วงจำนวน 10 คัน และขอใช้สิทธิคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ โดยได้ผ่านพิธีการส่งออกเสร็จสิ้นแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มีการนำสินค้ารายเดียวกัน กลับเข้ามาในประเทศโดยรถทั้ง 10 คันดังกล่าวในชื่อบริษัท เหล็กไทเกอร์ จำกัด
หน่วยปฏิบัติการพิเศษจึงขอกำลังจาก ฝปป.2 สปป.1 สสป. จัดชุดติดตามรถทั้ง 10 คัน ที่กลับเข้ามาในประเทศพบว่า รถทั้งหมดได้ไปจอดพักสินค้าอยู่ที่โกดังบริษัท เหล็กฟ้าใส จำกัด ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดเฝ้าโกดังดังกล่าวพบว่า รถทั้งหมดได้จอดอยู่บริเวณด้านหน้าและด้านข้างของโกดังโดยไม่มีการขนถ่ายหรือทำประการใดๆ กับสินค้าบนรถ กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม รถทั้ง 10 คันได้ทยอยออกจากโกดังบริษัท เหล็กฟ้าใส จำกัด โดยใช้เส้นทางโคราช – ประทาย – ร้อยเอ็ด – ยโสธร – กลับสู่จ.มุกดาหาร และไปจอดรอส่งออกบริเวณหน้าด่านศุลกากรมุกดาหาร เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม หน่วยปฏิบัติการพิเศษจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานและจับกุมรถทั้ง 10 คัน โดยพบว่าสินค้าดังกล่าวได้ส่งออกในชื่อบริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ตามใบขนสินค้าขาออกขอใช้สิทธิ์คืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ เลขที่ A023 15905 01569 และผ่านขั้นตอนการตรวจปล่อยจากเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


