ขอขมา ‘พระอาจารย์คึกฤทธิ์’ ต้นตำรับเผยแพร่ ‘พุทธวจน’ หลังกล่าวหาอมเงินวัด 515 ล.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พระคึกฤทธิ์ สวัสดิผล (โสตถิผโล) เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง คลองสิบ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายวงศ์สกร รอดแก้ว นายภูมิกิติ ทองอร่าม และทีมทนายความ ได้เดินทางมาตามศาลนัด เพื่อให้นายจักรกฤษณ์ ทรัพย์ไพศาล และนางสาธิตา ทรัพย์ไพศาล อดีตลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ขอขมาตามนัดกันไว้ หลังจากทั้งคู่เคยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระคึกฤทธิ์ สวัสดิผล (โสตถิผโล) จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.209 8/2560 ซึ่งศาลจังหวัดธัญบุรีได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ เมื่อคู่ความสามารถตกลงกันได้ จึงเห็นสมควรให้โอกาสคู่ความดำเนินการตามที่ตกลงกัน โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มาตามนัดและเข้าห้องเพื่อตกลงกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลเข้าไปในห้องนัดเจรจา ซึ่งก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง

กระทั่งเวลา 12.30 น. นายนันทน อินทนนท์ ทนายความได้ออกมาแถลงข่าวว่า เนื่องด้วยพระอาจารย์คึกฤทธิ์ สวัสดิผล (โสตถิผโล) เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ได้ถูกกลุ่มบุคคลกล่าวให้ร้ายทั้งทางโลกและทางธรรม โดยไปร้องเรียนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าคณะพระสังฆาธิการในระดับต่างๆ อาทิ เจ้าคณะตำบลลำลูกกา เป็นต้น และสื่อสารมวลชนรวมทั้งแจ้งความกองปราบปรามฟ้องร้องต่อศาลทั้งคดีแพ่งและอาญา ซึ่งไม่เป็นความจริงในทุกเรื่องทุกคดี

ดังนั้น สิ่งที่พระอาจารย์คึกฤทธิ์ถูกให้ข่าวบิดเบือนใส่ร้ายเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยพระอาจารย์คึกฤทธิ์มิได้ตอบโต้หรือชี้แจงแถลงข่าวใดๆ ขณะที่นายวงศ์สกร รอดแก้ว นายภูมิกิติ ทองอร่าม และทีมทนายวัดนาป่าพง ได้พิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ซึ่งนายจักรกฤษณ์ ทรัพย์ไพศาล กับพวกได้มาขอเจรจาให้ศาลไกล่เกลี่ยในคดีหมายเลขดำที่ อ.209 8/2560 ศาลธัญบุรี และนายจักรกฤษณ์ ทรัพย์ไพศาล ได้แถลงต่อหน้าศาลว่า เต็มใจ ยอมรับว่าพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล มิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง ความผิดดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นจริง จึงตกลงยินยอมขอถอนฟ้องคดีทั้งหมด ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 และขอถอนเรื่องที่ได้ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมทั้งหมด

รายงานข่าวแจ้งว่า พระคึกฤทธิ์ สวัสดิผล (โสตถิผโล) เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง นับเป็นต้นตำรับในการเผยแพร่ “พุทธวน” หรือธรรมะที่ออกจากพระโอษฐ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา นายจักรกฤษณ์ ทรัพย์ไพศาล และนางสาธิตา ทรัพย์ไพศาล ได้ยื่นฟ้องพระคึกฤทธิ์ กับพวกรวม 3 คน ในข้อหาฉ้อโกงเงินบริจาคค่าจัดพิมพ์หนังสือพุทธวจน และเงินบริจาคผ่อนซื้อที่ดินข้างวัดนาป่าพง รวมเป็นเงินกว่า 515 ล้านบาท ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 จากนั้นศาลจังหวัดธัญบุรีได้สอบคำให้การของพระคึกฤทธิ์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งพระคึกฤทธิ์ให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน

ข่าวแจ้งว่า แต่จากการนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนการเริ่มพิจารณาศาลได้ไกล่เกลี่ยคู่ความแถลงว่า คดีสามารถตกลงกันได้ โดยโจทก์ที่ 1 เต็มใจยอมรับว่าจำเลยทั้งสามมิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามคำฟ้องในคดีนี้ ความผิดดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นจริง การดำเนินคดีทุกเรื่องเกิดจากความเข้าใจผิดของโจทก์ทั้งสองเอง โจทก์ทั้งสองจึงประสงค์ขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสามทุกคดี และจะไม่นำคดีใดๆ มาฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามอีก นอกจากนี้ โจทก์ทั้งสองจะไปถอนเรื่องที่ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมทั้งหมด และโจทก์ทั้งสองจะทำพิธีขอขมาจำเลยที่ 1 ที่ศาลนี้ในนัดหน้า (13 มิถุนายน 2562 เวลา 09.30 น.) โดยเชิญสื่อมวลชนมาเป็นสักขีพยานด้วย ดังนั้น ศาลจึงนัดคู่ความทั้งสองฝ่ายมาทำพิธีขอขมาพระอาจารย์คึกฤทธิ์ต่อหน้าศาล โดยเชิญสื่อมวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยานตามวันเวลาดังกล่าว

บทความก่อนหน้านี้พ่อเมืองขอนแก่นเร่งหาไอ้โม่งหลอกขายบัตรพลังงานรักษาโรค หมอยันหลอกลวงผู้บริโภค
บทความถัดไปจนท.บุกตรวจบริษัทขายตรงบัตรพลังงานกลางหาดใหญ่ พบของกลางพร้อมใบแนะนำสินค้า