เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร้องขอกำลังพลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ในการดำเนินการกับพระเทพญาณมหามุณี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรว่า ดีเอสไอมีการร้องขอกำลังพลเข้ามาจริง โดย ตร.ได้พิจารณาตามกรอบอำนาจหน้าที่ สามารถทำได้อยู่แล้ว เนื้อหาเป็นการขอกำลังพลสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ได้ระบุมาว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ลักษณะใด เป็นการขอในกรอบกว้างๆ เท่านั้น โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยัง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค (ผบช.ภ.1) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และกองบินตำรวจ ให้ดำเนินการในอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง เมื่อดีเอสไอร้องขอก็ให้ตามนั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่อยู่แล้ว แต่การร้องขอกำลังพลสนับสนุนเป็นเรื่องปกติในการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ส่วนจะเข้าจับกุมพระธัมมชโยภายในวัดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดีเอสไอ ไม่สามารถตอบได้เพราะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ตำรวจเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนงานเท่านั้น
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการกับคดีพระธัมมชโยต้องพิจารณาให้รอบคอบหลายด้าน ใช้หลักการทางนิติศาสตร์ควบคู่กับรัฐศาสตร์ด้วย ถ้าเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งอาจส่งผลกระทบได้ ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าในวัดพระธรรมกายมีการตั้งป้อมทางหนีทีไล่นั้น เป็นเรื่องปกติที่ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาต้องหาทางหนีทีไล่ ในคดีอื่นๆ ก็มีลักษณะเช่นนี้ ตำรวจต้องใช้ยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน เป็นกรณีๆ ไป ไม่อยากให้มองว่าเป็นการตั้งป้อมต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าระยะเวลาผ่านไปทุกอย่างอาจคลี่คลาย

