ไฟลุกไหม้ ล้มต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับทางบนภูพาน สาเหตุคาดทิ้งบุหรี่-จุดไฟหาของป่า!

30.05.16 | 15:37 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.สร้างค้อ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้รับแจ้งมีเหตุต้นไม้ใหญ่หักโค่น ขวางทาง ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวง 213 หลักกิโลเมตรที่ 111-112 เขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ไม่สามารถสัญจรได้จึงประสานไปยังหมวดการทางสร้างค้อ แขวงการทางสกลนคร ที่ 1 นำอุปกรณ์ รถยก เลื่อยยนต์ ไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่า มีรถส่วนบุคคลทั้ง รถเก๋งรถ กระบะ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถโดยสาร ต้องจอดรถชิดข้างทางยาว 1 กิโลเมตร บางรายเร่งรีบเดินทางเข้าออก สกลนคร และ กาฬสินธุ์ ต้องใช้ทางเลี่ยงและเพิ่มระยะทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร


สำหรับต้นไม้ที่ล้มทับขวางทางเป็นต้นกระบกความ สูงกว่า 30 เมตร จนท.ตำรวจ และ หมวดการทางสร้างค้อ แขวงการทางสกลนคร ที่ 1 จึงทำการตัดและยกต้นไม้ออกเพื่อเปิดเส้นทางจราจรทั้ง 2 ฝั่ง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางได้ ตรวจสอบพบว่าบริเวณข้างทางที่เกิดเหตุ ยังเป็นต้นไม้แห้งตายและใบไม้แห้งอยู่จากภัยแล้งที่ผ่านมา สาเหตุน่าจะมาจากความมักง่ายของผู้ที่สัญจรไปมาทิ้งก้นบุหรี่ลงข้างทางจนเกิดไฟลุกไหม้แล้วลามไปไหม้บริเวณโคนต้นกระบกจนทำให้หักโค่นลง หรือเกิดจากไฟป่าจากชาวบ้านที่มักลักลอบจุดไฟเผาหาของป่าเป็นประจำ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้.

เวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.สร้างค้อ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้รับแจ้งมีเหตุต้นไม้ใหญ่หักโค่น ขวางทาง ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวง 213 หลักกิโลเมตรที่ 111-112 เขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ไม่สามารถสัญจรได้จึงประสานไปยังหมวดการทางสร้างค้อ แขวงการทางสกลนคร ที่ 1 นำอุปกรณ์ รถยก เลื่อยยนต์ ไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่า มีรถส่วนบุคคลทั้ง รถเก๋งรถ กระบะ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถโดยสาร ต้องจอดรถชิดข้างทางยาว 1 กิโลเมตร บางรายเร่งรีบเดินทางเข้าออก สกลนคร และ กาฬสินธุ์ ต้องใช้ทางเลี่ยงและเพิ่มระยะทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร

สำหรับต้นไม้ที่ล้มทับขวางทางเป็นต้นกระบกความ สูงกว่า 30 เมตร จนท.ตำรวจ และ หมวดการทางสร้างค้อ แขวงการทางสกลนคร ที่ 1 จึงทำการตัดและยกต้นไม้ออกเพื่อเปิดเส้นทางจราจรทั้ง 2 ฝั่ง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดเส้นทางได้ ตรวจสอบพบว่าบริเวณข้างทางที่เกิดเหตุ ยังเป็นต้นไม้แห้งตายและใบไม้แห้งอยู่จากภัยแล้งที่ผ่านมา สาเหตุน่าจะมาจากความมักง่ายของผู้ที่สัญจรไปมาทิ้งก้นบุหรี่ลงข้างทางจนเกิดไฟลุกไหม้แล้วลามไปไหม้บริเวณโคนต้นกระบกจนทำให้หักโค่นลง หรือเกิดจากไฟป่าจากชาวบ้านที่มักลักลอบจุดไฟเผาหาของป่าเป็นประจำ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้.

Advertisement