เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 มิถุนายน ที่ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (ภ.จว.ชุมพร) พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44 และหัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประจำด่านตรวจบ้านพละ ร่วมแถลงจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ได้ผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายธนัชพงศ์ วรรังสีพัฒน์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 4 ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่ขับนำเส้นทางดูด่านตรวจ นายปัณณวิชญ์ จันทาทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/2 หมู่ 5 ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ผู้ต้องหาที่ 2 นั่งโดยสารมาด้วยกับรถยนต์นำเส้นทางดูด่านตรวจ และ 3. นาย ANOXA SOULIYO อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว ถือพาสปอร์ต ออกเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2017 หมดอายุวันที่ 23 มิถุนายน 2027 ผู้ต้องหาที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วย เพื่อนำเส้นทางดูด่านตรวจ ส่วนของกลางประกอบด้วย ไอซ์ชนิดเกล็ดใสสีขาว หนัก 100 กก. รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2กษ-1513 กรุงเทพมหานคร 1 คัน รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 7กผ-7220 กรุงเทพมหานคร 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ขณะตำรวจ ทหาร ประจำด่านตรวจบ้านพละ ร่วมกันตั้งด่านบนถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2กษ-1513 กรุงเทพมหานคร ผ่านมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจเพื่อขอตรวจค้น พบ นายธนัชพงศ์ ทำหน้าที่ขับรถ มี นายปัณณวิชญ์ นั่งมาข้างคนขับ และ นาย ANOXA นั่งมาหลังคนขับ ขณะตรวจค้นทั้ง 3 คนมีท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการขนยาเสพติดลงภาคใต้ จึงออกตามหารถผู้ร่วมกระทำผิด จนพบรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 7 กผ-7220 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท.ก่อนถึงด่านประมาณ 2 กม.เศษแต่ไม่พบผู้ใดอยู่ที่รถ และตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าว มี นายธนัชพงศ์ ผู้ที่ขับรถยนต์คันทะเบียน 2กษ-1513 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ครอบครอง จึงลากรถมาที่ด่านและตรวจค้นพบยาเสพติดชนิดไอซ์ ใส่กระเป๋าสีดำไว้ในรถยนต์คันดังกล่าว 4 ใบ รวม 100 กก. จึงจับกุมทั้ง 3 คนไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะสืบสวนสอบสวนขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป สำหรับไอซ์ที่สามารถยึดได้ทั้ง 100 กก.คาดว่าหากเล็ดลอดไปถึงปลายทาง คงมีมูลค่าสูงเกือบ 100 ล้านบาท

