ศาลจังหวัดเชียงใหม่ตัดสินจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีชนนักปั่น 3 ศพ พร้อมจ่ายเงินชดเชย 2.1 ล้านบาท
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 21 ชั้น 2 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นายไกรวิช จามรมาน ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อ 2952/2558 ที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน เป็นจำเลย ในคดี “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดย น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน พร้อมทนายเข้ารับฟังคำตัดสินในฐานะจำเลย และมีกลุ่มญาตินักปั่นที่เสียชีวิตเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก โดยศาลสั่งลงโทษให้จำคุก 4 ปี แต่เนื่องจากทางคู่กรณีได้มีการยอมรับสารภาพ ศาลจึงตัดสินลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งหลังจากการฟังคำตัดสิน ทนายยื่นขอประกันตัว ก่อนที่จะยื่นอุทธรณ์คดีตามกฎหมายอีกครั้ง
ส่วนการจ่ายค่าชดเชย ศาลตัดสินในส่วนกรณีของ น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น พร้อมด้วย น.ส.นินนท์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น ซึ่งเสียชีวิต ศาลยกฟ้องในคดีแพ่ง ส่วนกรณีของนางปราณี กันทา ซึ่งสูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลตัดสินให้จำเลยชำระเงินชดเชยเงินเป็นจำนวน 1.7 ล้านบาท และในส่วนของนายแก้ว คำแก้ว และนางแก้ว คำแก้ว สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลตัดสินให้จำเลยชดเชยเงินเป็นจำนวน 4.35 แสนบาท
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดัง น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 23 ปี ขับรถยนต์เก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า พุ่งชนนักปั่นจักรยาน เสียชีวิต 3 ราย บริเวณถนนหลวงสาย 118 เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่ามีแอลกอฮอล์เกินกว่าค่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ด ขออนุมัติหมายศาลให้ดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กระทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และเมาแล้วขับ จากนั้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2458 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว น.ส.ภัทรชุดา และทางญาติผู้เสียชีวิตเรียกค่าเสียหายรายละ 4 ล้าน แต่จำเลยขอจ่าย 70,000 บาท สรุปยังตกลงกันไม่ได้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้นัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558
จำเลยยอมรับว่ากระทำความผิดจริง และทางบริษัทมิตรแท้ประกันภัย ได้จ่ายค่าเสียหายให้ญาติผู้ตายครบตามวงเงินประกัน คนละ 1 ล้านบาท และวงเงินประกันตามประกันภัยบุคคลที่ 3 อีกคนละ 2 แสนบาท รวมเป็นคนละ 1.2 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ ศาลจึงเลื่อนให้นัดมาไกล่เกลี่ยตกลงกันในเรื่องของค่าสินไหมอีกครั้ง ในวันที่ 2 ตุลาคม 2558 พร้อมกับได้จัดกระบวนการสมานฉันท์ระหว่างฝ่ายโจทก์กับฝ่ายจำเลยขึ้น แต่ก็ไม่สามารถ “สมานฉันท์” กันได้ ต่อมาศาลสรุปการพิจารณาคดีด้วยการนัดสืบพยานโจทก์ร่วมและจำเลย ในวันที่ 17 มีนาคม 2559 อีกครั้ง ในประเด็นค่าเสียหายที่โจทก์ร่วมเรียกร้องจากจำเลย เนื่องไม่สามารถตกลงกันได้แม้ศาลจะจัดให้มีกระบวนการไกล่เกลี่ยไปเมื่อเดือนตุลาคม 2558 กระทั่งได้มีการตัดสินคดีในวันนี้
โดยหลังจากที่ได้รับฟังคำตัดสิน น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น พร้อมด้วย น.ส.นินนท์ ย่องลั่น ลูกสาว ของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ทางครอบครัวก็ยังคงรู้สึกเศร้าโศกเสียใจยังไม่หาย โดยในวันนี้ทางศาลได้มีการนัดตัดสินคดีความ ตนจึงเดินทางมาพร้อมกับตัวแทนของผู้เสียชีวิตอีก 2 ครอบครัว เพื่อมารับฟังคำตัดสินของศาล ซึ่งตนกับครอบครัวก็ยอมรับและเคารพในคำตัดสินของศาล ส่วนในเบื้องต้นคู่กรณีมีการติดต่อเพื่อช่วยเหลือค่าทำศพรายละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังได้เงินจากบริษัทประกันภัย รวมทั้งสิ้น รายละ 1.2 ล้านบาท แต่สำหรับตนคิดว่าไม่คุ้มค่ากับชีวิตของบิดาตนเองที่สูญเสียไปกับความประมาทในครั้งนี้ อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุ ทางคู่กรณีก็ไม่ได้มีการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ตนจึงอยากฝากถึงผู้ใช้รถ ใช้ถนน ให้มีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงอยากให้ทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ที่สำคัญหากเมาต้องไม่ขับเด็ดขาด

