ส.ส.พปชร.ร้องดีเอสไอ กวาดล้างบัตรพลังงาน-เหยื่อคดีแชร์สูญเงินล้านขอโอนสำนวน

2 ส.ส.พลังประชารัฐร้องดีเอสไอกวาดล้างบัตรพลังงานลวงโลกหวั่นชาวบ้านในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อ ขณะที่สหพันธ์แชร์ลูกโซ่นำเหยื่อตกค้างคดีแชร์”โอดี แคปิตอล” สูญเงินหลักล้านขอให้โอนสำนวนสอบจากตำรวจท้องที่เป็นคดีพิเศษ

เมื่อเวลา 10 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)วันที่ 26 มิ.ย.นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา นายภูดิท อนสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสหพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ นำผู้เสียหายคดีแชร์ลูกโซ่โอดี แคปิตอล เข้ายื่นคำร้องขอให้ดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษเนื่องจากการการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความคืบหน้าและติดตามทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ผลิตบัตรพลังงานลวงโลก โดยมีพ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ และพ.ต.ท.อานนท์ อุณทริจันทร์ รองผอ.กองคดีธุรกรรมธุรกิจการเงินนอกระบบเป็นผู้รับเรื่อง

นายศาสตรา กล่าวว่า แม้ จ.สงขลาจะไม่มีผู้เสียหายจากบัตรพลังงานลวงโลก แต่บริษัทมีที่ตั้งอยู่ใน จ.สงขลา เปิดประชุมอบรมสัมมนา ก่อนจะนำบัตรไปกระจายขายในภาคเหนือและภาคอีสาน ในฐานะสส.เจ้าของพื้นที่จึงต้องป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เช่นเดียวกับ จ.พิจิตรแม้จะยังไม่พบผู้เสียหาย แต่เริ่มมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า บัตรดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้จริง จึงอยากเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินการเพื่อป้องปรามไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่ออีก

นายสามารถ กล่าวว่า ตนได้นำผู้เสียหายตกค้างจากคดีแชร์โอดี แคปปิตอล จากจ.สกลนคร มุกดาหารและพิจิตร เข้าพบดีเอสไอเพื่อขอโอนสำนวนการสอบสวนจากตำรวจในพื้นที่มาเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า หลังจากพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสตม. ถูกย้ายจึงทำให้คดีไม่ได้รับความสนใจ ส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนต้องสูญเสียเงินลงทุนตั้งแต่ 500,000-4,000,000 บาท จึงทำให้ไม่มีทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนความเสียหาย นอกจากนี้จะขอให้สภาผู้แทนราษฎรยกร่างกฎหมายเพื่อควบคุมแชร์ลูกโซ่ รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย

ด้าน พ.ต.ท.อานนท์ กล่าวว่า สำหรับคดีบัตรพลังงานลวงโลกดีเอสไอได้บูรณการความร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่พบว่าจากพฤติการณ์ของบริษัทดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ โดยตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโฆษณาเกินจริง ซึ่งผู้เข้าข่ายกระทำความผิดมีทั้งเจ้าของบริษัทและพิธีกรที่บรรยายสรรพคุณของบัตรและทีมแม่ข่ายที่จัดหาชาวบ้านมารับฟังคำบรรยายและกระจายสินค้าผ่านเฟซบุ๊คเพื่อขยายตลาดไปยังจังหวัดอื่นๆ ขณะนี้พบมีผู้เสียหาย 15 รายอยู่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและมหาสารคาม อย่างไรก็ตามกรณีบัตรพลังงานมูลค่าความเสียหายไม่มาก เพราะบัตรจำหน่ายในราคา 1,100 บาท จัดโปรโมชั่นซื้อ 4 แถม 1 ทำให้มูลค่าความเสียหายต่อรายไม่มาก แต่หากส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่เชื่อว่ารักษาโรคได้จริง

ขณะที่พ.ต.ต. วรณัน ชี้แจงความคืบหน้าในคดีแชร์ลูกโซ่โอดี แคปปิตอลฯว่า ดีเอสไอจะสอบปากคำผู้เสียหายที่ตกค้างเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณาว่าเข้าข่ายที่สมควรรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่

 

น.ส.สุพัตรา (ขอสงวนนามสกุล) ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร กล่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหายตกค้างจากคดีแชร์โอดี แคป ปิตอลฯ เนื่องจากถูกแม่ข่ายยับยั้งไม่ให้แจ้งความ และอาจจะถูกตำรวจจับด้วย ขณะนี้มีผู้เสียหายเป็นข้าราชการ อดีตข้าราชการ และประชาชนทั่วไปอีกจำนวนมากในพื้นที่ สกลนครและมุกดาหาร โดยตนไปกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนกับโอดีฯประมาณ 1 ล้านบาท ลงทุนไปจำนวน 9.2 แสนบาท ได้เงินคืนจำนวน 4.7 แสนบาท และขาดทุนไปประมาณ 4.6 แสนบาท ระหว่างที่ขาดทุนได้มีกลุ่มแชร์จากกองทุนต่างประเทศที่เรียกว่า” บล็อกไมน์”มาชักชวนให้ลงทุนต่อ ตนจึงนำเงินจำนวน 2.6 แสนไปลงทุน โดยกองทุนฯระบุว่า ภายใน 1 สัปดาห์จะคืนเงินต้นให้ 7 % ในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดีกับแชร์โอดฯ จึงทำให้การเพิ่มทุนกับแชร์บล็อกไมน์สะดุดลง จึงทำให้ตนเป็นหนี้เพิ่มเพราะเงินที่กู้มาลงทุนต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย และไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะได้เงินคืนทั้งหมด

 

บทความก่อนหน้านี้‘7 พรรคฝ่ายค้าน’ ยื่นหนังสือ ‘ชวน’ จี้ส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัยปมคุณสมบัติ ‘ประยุทธ์’
บทความถัดไปส.ส.ประชาชาติ ยื่นกระทู้ถามสดนายกฯ ปมบังคับ คน 3 จว.ใต้ ซื้อซิมต้องโดนถ่ายรูป