ปกครองจับผับฝั่งธนฯพบเด็กมั่วสุม เปิดเกินเวลา แจ้ง”บิ๊กต๊อก”รายงานนายกฯ ด้านน.1 เต้นตั้งกก.สอบทันควัน

1.06.16 | 09:08 น.

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบกรมการปกครอง สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ สน.อส. และสำนักงานเขตบางบอน กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง Ben Pub ตั้งอยู่เลขที่ 817 ถนนเอกชัยซอย 89 แขวงและเขตบางบอน กทม.ท้องที่ สน.บางขุนเทียน หลังได้รับการร้องเรียนว่าเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุมจำนวนมาก


จากการตรวจสอบสถานบันเทิงดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว ล้อมรอบด้วยลานจอดรถ เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1 ไร่ ติดกับถนนเอกชัย ภายในยังเปิดเพลงเสียงดังสนั่น มีนักท่องราตรีทั้งชายหญิง กว่า 100 ชีวิต กำลังกินดื่มเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เบื้องต้นชุดปฏิบัติการจึงปิดทางเข้าออกเอาไว้ ให้ดีเจปิดเพลง และคัดแยกพนักงาน รวมถึงลูกค้า ออกเป็นกลุ่ม เพื่อคัดกรอง และตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ29 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 15 ราย ส่วนผลตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วง จำนวน 15 ราย เป็น ชาย 3 ราย หญิง 12 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมอยู่ด้วย จำนวน 5 ราย นอกจากนั้นยังพบยาเสพติดประกอบด้วย ยาอี 2 เม็ดครึ่ง ยาเคแบบผง 8 ซอง ยาเคแบบน้ำ 5 ขวด และยาทามาด่อน 6 เม็ด ซุกอยู่ตามใต้โต๊ะ ในห้องน้ำ และกระจายเกลื่อนตามพื้น จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าวว่า ตรวจค้นหลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้มีการปล่อยปละละเลยให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการรวมถึงเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อมาตรวจสอบพบว่าเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ปล่อยให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการและเปิดเกินเวลาตามที่ได้รับร้องเรียนจริง และยังขายสุราให้กับเยาวชน รวมทั้งมียาเสพติดด้วย เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับผู้ดูแล ดำเนินคดีกับผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และจะประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ดำเนินการรับเยาวชน ที่พบทั้งหมดไปดูแลก่อนติดต่อผู้ปกครองเข้ามาว่ากล่าวตักเตือน สำหรับเรื่องตำรวจท้องที่ที่ปล่อยปละละเลย จะรายงานให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำเสนอต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาดำเนินการต่อไป

ก.6

Advertisement

ด้าน นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงว่า หากมีการเข้าตรวจสอบแล้วพบความผิดจะถูกดำเนินคดีและสั่งปิดสถานบันเทิงตามคำสั่ง ไม่ต่ำกว่า 5 ปี สำหรับที่แห่งนี้ชุดสืบสวนได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าวไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง พบมีการเปิดให้บริการถึงตีสามตีสี่แทบทุกวัน เป็นศูนย์รวมของเด็กแว้น สาวสก๊อย และยังเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่บางบอนและละแวกใกล้เคียง

ขณะที่ นายรณรงค์ เปิดเผยว่าที่นี่น่าจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน เมษายน2558 เนื่องจากพบใบขออนุญาตจำหน่ายสุราและยาสูบที่ขออนุญาตโดย นายรัฐวิชย์ อนันตอมรวิชญ์ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอะไรกับสถานบันเทิงแห่งนี้ นอกจากนี้เคยถูกทหารเข้าตรวจสอบปัสสาวะลูกค้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 พบมีลูกค้าปัสสาวะม่วงจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ถูกสั่งให้ปิดกิจการ ทั้งนี้ นายบรรจบ เพิ่มพูล อายุ 34 ปี ชาว จ.ขอนแก่น รับเป็นผู้ดูแลกิจการ เบื้องต้นจึงแจ้ง4 ข้อหาคือ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย 3.จำหน่ายสุราให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และ 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม

นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมาหลังได้รับการร้องเรียน ตนพร้อมกำลังได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าวในสถานบันเทิงแห่งนี้พบว่ามีการเปิดให้บริการเกินเวลาบ่อยครั้ง เคยพบหญิงตั้งครรภ์ท้องแก่ อายุไม่น่าถึง 20 ปี เข้ามาใช้บริการ และพบพฤติกรรมของวัยรุ่นชายหญิงที่มักเข้าไปจับกลุ่มรวมตัวกันในห้องน้ำนานแบบผิดสังเกต เชื่อว่าคงจะเข้าไปเสพยาเสพติดกัน สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ ผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 15 รายนั้น มีเพศหญิงถึง 12 ราย ซึ่งมากกว่าเพศชายที่มีแค่ 3 ราย ผู้เสพส่วนใหญ่ยอมรับว่าเสพยาอี จำนวน 11 ราย เสพยาไอซ์ 3 ราย และเสพยาเค 1 ราย ซึ่งจะนำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เจ้าของท้องที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ก.4

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 ได้รายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าเมื่อเวลา 00.30 น.วันเดียวกัน มีฝ่ายปกครองไปจับสถานบริการ แต่เนื่องจากในขณะนี้ ผกก.,รอง ผกก.ป. ,รอง ผกก.สส. ,สวป.,สว.สส. อยู่ระหว่างลาพักร้อน เพราะเป็นช่วงแต่งตั้งโยกย้าย รอง สว.-รอง ผบก. ทำให้มี รอง ผกก.(สอบสวน) ทำหน้าที่รักษาการดูแลโรงพักบางขุนเทียน รวมถึงมีปริมาณงานฝ่ายสอบสวนค่อนข้างมาก ตอนนี้คนทำงานที่โรงพักไม่ค่อยมี โดนย้ายกันเยอะ ทำให้ช่วงนี้อาจทำให้เป็นช่องว่างในการกวดขันจับกุม แต่อย่างไรก็ต้องมีการพิจารณาข้อบกพร่องและทำการสอบสวนข้อเท็จจริง

เบื้องต้นสั่งการให้ ผบก.น.9 ไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ หรือจะให้ใครปฏิบัติราชการที่ไหน ก็ให้เป็นเรื่องภายใน บก.น.9 ทั้งนี้เพิ่งมีการประชุมไปเมื่อวานนี้ติดตามการทำงานทุกด้าน งานยาเสพติดป้องกันปราบปราม อบายมุข สถานบริการ และยังได้ย้ำว่ามาตรการเข้ม 6 อย่าง คือ 1.สถานบริการต้องมีใบอนุญาต 2.ต้องไม่เปิดเกินเวลา 3.ต้องไม่มียาเสพติด 4.ต้องไม่มีการค้าประเวณี 5.ต้องไม่มีเยาวชนต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ 6.ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียงดัง ซึ่งทั้งหมดทุก บก. ทุก สน.ต้องเอาไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม หากมีใครฝ่าฝืนหรือปล่อยปะละเลยต้องดำเนินการ