‘ศรีสุวรรณ’จ่อนำชาว อ.นางรองร้อง”บิ๊กตู่” สอบอธิบดีกรมศิลปากร เหตุวินิจฉัยสระน้ำหนองรีไม่เป็นบารายยุคขอม

27.06.19 | 11:43 น.

วันที่ 27 มิถุนายน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า หลังจากโรงพยาบาลนางรอง จ.บุรีรัมย์ ขอใช้พื้นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันแปลง “สระน้ำหนองรี” บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วม เพื่อขยายพื้นที่ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย และอาคารจอดรถ แต่ชาวบ้านรอบพื้นที่คัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมากรมศิลปากรเคยระบุว่าสระน้ำหนองรีดังกล่าวเป็นสระน้ำโบราณหรือบาราย สันนิษฐานว่าก่อสร้างในสมัยอารยะธรรมขอมโบราณ จึงต้องอนุรักษ์ไว้ ตามมาตรา 4 แห่ง พรบ.โบราณสถานฯ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535


แต่หลังจากที่ผู้มีอำนาจเปิดไฟเขียวให้กับโรงพยาบาลใช้พื้นที่ กรมศิลปากรได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ วธ 0401/1398 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2562 ขอให้ทบทวนกรณีการคัดค้านการขอใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์แปลงสระน้ำหนองรี ถึง ผอ.โรงพยาบาลนางรอง โดยอ้างว่า จากการสำรวจทางโบราณคดีในพื้นที่ อ.นางรอง ไม่พบหลักฐานการสร้างระบบจัดการน้ำหรือระบบชลประทานในอารยะธรรมเขมร ซึ่งพฤติการณ์เช่นนี้ของกรมศิลปากร ชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ยึดมั่นต่อหลักการทางโบราณคดีและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยมีกรณีเปรียบเทียบที่เห็นชัดที่สุดจากความพยายามออกประกาศขยายพื้นที่โบราณสถานของเมืองพิมาย จ.นครราชสีมา ให้กว้างขวางหลายพันไร่ โดยอ้างว่าสระน้ำต่างๆในพื้นที่ อ.พิมายเป็นโบราณสถาน เชื่อมต่อไปถึงประเทศกัมพูชา ทำให้มีการต่อต้านของชาว อ.พิมายในขณะนี้

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยใหม่ของกรมศิลปากรมีข้อพิรุธหลายประการ ที่ขัดต่อข้อเท็จจริงทางโบราณคดีและส่อไปในทางการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ สมาคมฯและชาวบ้านใน อ.นางรอง ไม่ยอมรับ และจะร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบเอาผิดอธิบดีกรมศิลปากรและคณะ และอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายในการฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป หากคำร้องไม่เป็นผล โดยสมาคมพร้อมชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันที่ 28 มิถุนายน 2562 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจะยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป

Advertisement