‘รองโฆษกอัยการ’เผย ‘บิ๊กเเป๊ะ’เห็นด้วย ไม่เข็นข้อหาฆ่าเล็งเห็นผล ‘เสี่ยเบนซ์’ชน ‘รองตี๋’ดับ

1.07.19 | 15:40 น.

“รองโฆษกอัยการ” เผย “บิ๊กเเป๊ะ”เห็นด้วย ไม่เข็นข้อหาฆ่าเล็งเห็นผล “เสี่ยเบนซ์”ชน”รองตี๋”ดับ ญาติเเถลงไม่ติดใจเอาความหลังบุตรสาวได้รับการเยียวยา45ล้าน


จากกรณีคดีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงานขับรถเบนซ์สปอร์ต ซิ่งชนประสานงานกับ รถส่วนตัวของ “พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล” หรือรองตี๋ รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป.ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัวจน พ.ต.ท.จตุพรเสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บ เเล้ว พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ได้ยื่นฟ้อง “นายสมชาย” เป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ 1839/2562 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย , ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

กล่าวว่า ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วยนั้น ทางสำนักงานอัยการสูงสุดเราให้ดุลพินิจในการพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด ที่เป็นอิสระกับอัยการเจ้าของสำนวนและคณะทำงาน ในคดีนี้มีอัยการพิเศษฝ่ายร่วมพิจารณาอยู่กับอัยการเจ้าของสำนวนที่รับผิดชอบและมีคำสั่งฟ้อง3ข้อหาดังกล่าวโดยข้อหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนั้นไม่ตัดสิทธิหากญาติผู้เสียหายจะไปยื่นฟ้องเองแต่ในคดีนี้ภายหลังจากที่อัยการยื่นฟ้องไป 3 ข้อหา ในส่วนข้อหาความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯตามกฎหมายยังต้องส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งกลับมาได้ แต่ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีความเห็นด้วย หรือคือไม่เห็นแย้งกับความเห็นของอัยการ เท่ากับว่าความเห็นเป็นที่สุดให้ฟ้องตามความเห็นของอัยการ

Advertisement

นายโกศลวัฒน์ กล่าวอีกว่า เเต่หลังจากที่อัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลทางผู้เสียหายได้ขึ้นแถลงในศาลว่าไม่ติดใจเอาความ โดยที่ลูกสาวของ พ.ต.ท.จตุพร โดยผู้รับมอบอำนาจแถลงว่าได้รับแคชเชียร์เช็คจำนวน 45 ล้านเป็นชื่อของลูกสาว พ.ต.ท.จตุพรจริง ซึ่งขณะนี้ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ได้สอบคำให้การจำเลยแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลพิเคราะห์แล้วจึงเห็นสมควรให้มีการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษาเเละรอฟังคำพิพากษา31 ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีข้อกฎหมายที่น่าสนใจที่ทางพนักงานสอบสวน ได้สรุปสำนวนแจ้งข้อหาในความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ โดยในช่วงที่มีการเเจ้งข้อหานั้น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ออกมา ให้ความเห็นถึงการเเจ้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลว่าพฤติการณ์ ผู้ต้องหาดื่มสุรามีปริมาณแอลกฮอลล์สูงถึง 260 มิลลิกรัม ซึ่งขับรถออกจากจุดที่ดื่มเพียง 400 เมตร ก็เกิดอุบัติก็จะต้องทราบอยู่แล้วว่า จะต้องเมาไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองเเละไม่พร้อมขับรถย่อมเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดอุบัติเหตุ เเละยังกล่าวเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนได้มีการปรึกษากับพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องเเล้ว
ก่อนที่พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง 2 ข้อหาหนักเเละ ผบ.ตร.ไม่เห็นเเย้งกับอัยการ