เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม สน.ลุมพินี นำกำลังเข้าจับกุมนายบันคาดีร็อก ชีโรจิดิน อายุ 38 ปี สัญชาติตุรกี พร้อมยาไอซ์ 0.80 กรัม ในถุงยาชนิดปิดผนึก และกัญชาแห้ง 7.2 กรัม โดยจับกุมได้บริเวณหน้าร้านแมคโดนัล ปากซอยสุขุมวิท 5 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา หลังได้รับรายงานจากสายลับว่า มีชาวต่างชาติพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดบริเวณปากซอยสุขุมวิท 3 จึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบกระทั่งพบชายชาวต่างชาตินั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับรายงาน จึงเฝ้าติดตามจนถึงปากซอยสุขุมวิท 5 พบท่าทางมีพิรุธจึงขอตรวจค้น ทราบชื่อนายบันคาดีร็อก ระหว่างจับกุมได้ล้วงเอาซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์และพยายามขยำทิ้ง แต่จึงตรวจสอบพบว่าในซองบุหรี่มียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ ก่อนตรวจค้นในกระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาลพบกัญชาแห้งของกลาง จึงจับกุมมาสอบสวนที่สน.ลุมพินี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาไอซ์และกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ด้านนายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม คาราดัก และนายมีไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ กล่าวว่า สำหรับนายบันคาดีร็อกเป็นล่ามที่ศาลทหารในคดีระเบิด ในวันนี้ หลังจากออกจากศาลเวลาประมาณเที่ยง ตนได้พานายบันคาดีร็อก มากินข้าวย่านสามเสน ซอย2 จากนั้นเพื่อนชาวไทยได้โทรศัพท์มาหาให้นำกุญแจห้องไปให้ นายบันคาดีร็อก จึงรีบออกไป ก่อนจะถูกจับกุมที่ปากซอยสุขุมวิท ซอย5 ด้านหน้าร้านแมคโดนัล ตามบันทึกจับกุมเมื่อเวลา 16.30 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่านายบันคาดีร็อกมีพฤติการณ์น่าสงสัย ตำรวจจึงเรียกตรวจค้น ระหว่างนั้นมีชายผิวสีที่ยืนอยู่ด้วยกันวิ่งหนีไป จากการตรวจค้นพบยาไอซ์และกัญชาของกลาง โดยนายบันคาดีร็อก ให้การปฏิเสธ
นายชูชาติ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามนายบันคาดีร็อก พูดกับพนักงานสอบสวนว่าสามารถพูดภาษาตุรกีได้ ในบันทึกจับกุมระบุว่าเขาเป็นคนสัญชาติตุรกี ความจริงเป็นชาวอุซเบกิสถาน ขณะจับกุมตำรวจให้ยกมือขึ้น และล้วงยาเสพติดในกระเป๋า แต่พฤติการณ์ในบันทึกจับกุมไม่ตรงกับที่เขาพูด โดยนายบันคาดีร็อกระบุว่ายาเสพติดดังกล่าวไม่ใช่ของตน และไม่มีลายนิ้วมือของเขาแน่นอน จึงไม่ยินยอมลงลายมือชื่อในเอกสารบันทึกจับกุม ขณะนี้พนักงานสอบสวนรอพาสปอร์ตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อสอบสวน ระหว่างนี้ได้เก็บปัสสาวะ ไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ หากเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องพบสารเสพติดในร่างกาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีผลกระทบต่อคดีระเบิดหรือไม่ นายชูชาติ กล่าวว่า วันที่2มิถุนายน ตนจะไปยื่นคำร้องต่อศาลทหาร เพื่อให้ศาลทหารนัดฟ้องใหม่ เนื่องจากไม่มีล่ามปฏิบัติหน้าที่ภาษาอุยกูร์แล้ว เป็นปัญหาในการพิจารณาคดีของศาล เนื่องจากล่ามคนนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะคนที่พูดภาษาตุรกี ภาษาอุยกูร์ และภาษาอังกฤษ ค่อนข้างหายาก แต่หากศาลให้ประกันตัวอาจกลับมาเป็นล่ามในคดีนี้ต่อได้ ทั้งนี้ศาลได้นัดสืบพยานล่วงหน้าถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว พอไม่มีล่ามทุกอย่างต้องหยุดหมดเลย เพราะตามกฎหมายต้องมีล่าม แต่ผู้ต้องหาคดีระเบิดพูดได้เฉพาะภาษาอุยกูร์ อาจไม่ได้รับความยุติธรรมในคดี สำหรับนายบันคาดีร็อก ได้เข้ามาเป็นล่ามภาษาอุยกูร์ในชั้นพนักงานสอบสวนคดีระเบิดราชประสงค์ตั้งแต่ ต้นเดือนกันยายน58
ทั้งนี้ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายบันคาดีร็อก แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 17พฤษภาคม นายอาเดม และนายยูซุฟู เดินทางมาที่ศาลทหาร ได้ตะโกนบอกสื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าวว่าเขาถูกทำร้ายขณะถูกคุมขังในเรือนจำ มทบ.11 หลังจากนั้นวันที่ 18 พฤษภาคม มีบุคคล 4 คนได้มาจับตัวเขาไปสอบถาม และถูกทำร้ายร่างกาย วันนี้ศาลได้มีคำสั่งให้ทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวนให้ดูแลความปลอดภัยของล่าม ก่อนจะถูกจับกุมในช่วงบ่ายที่ผ่านมา

