กรณี นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร แจ้งความดำเนินคดีกับชาย 3 คน โดย1ใน3อ้างตัวเป็นที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ามาติดต่อขอให้กรมสรรพากรอนุมัติงบประมาณกว่า 23 ล้านบาท ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ชนะการประมูลจัดซื้อและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติของกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2557 แต่แบตเตอรี่ที่มีอยู่ไม่ตรงสเป็กที่ทำสัญญาไว้ จึงถูกชะลอการสั่งจ่ายงบประมาณ เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบไปยังสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี กลับไม่พบชื่อชายที่มาแอบอ้าง รวมถึงชายอีก 2 คนที่มาด้วยกัน ที่กรมสรรพากรซอยพหลโยธิน7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่สน.บางซื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.พิชิต กอปรกิจงาม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” ลงวันที่ 1 มิถุนายน คือ นายวรกร สมานญาติ อายุ 67 ปี ชาวจ.นนทบุรี ตามหมายจับเลขที่ 1043/2559 นายวิรัติ ศักดิ์จิรพาพงษ์ อายุ 64 ปี ตามหมายจับเลขที่ 1044/2559 และนายเกรียงไกร โชติกุลอายุ 32 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ตามหมายจับเลขที่ 1045/59 โดยเชิญตัวมาจาก กรมสรรพากร ซอยพหลโยธิน7 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรมสรรพากร เปิดประมูลโครงการจัดซื้อและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัติโนมัติ(UPS) จำนวน 2 ชุด สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของกรมสรรพากร ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่น แมนเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 23,807,500 บาท แต่ต่อมามีปัญหาขัดข้อง เนื่องจากบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่นฯ ขอเปลี่ยนอุปกรณ์ตรวจสอบแบตเตอรี่ กรมสรรพากรพบว่ามีแบตเตอรี่ของบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่นฯ ไม่สามารถนำมาติดตั้งรองรับการใช้งานตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ทางกรมสรรพากรจึงไม่สามารถตรวจรับพัสดุได้ ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของกรมสรรพากรจึงยังไม่มีการชำระเงิน
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่ากระทั่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายวิรัติได้โทรศัพท์มาหานางวิไล(ขอสงวนนามสกุล) ตำแหน่งนักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษช่วยราชการหน้าห้องอธิบดีกรมสรรพากร อ้างว่าเป็นทีมที่ปรึกษาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม แจ้งความประสงค์ขอเข้าพบนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายวรกร นายวิรัติ และนายเกรียงไกร เดินทางมาพบนางวิไล พร้อมทั้งแนะนำว่าเป็นที่ปรึกษาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมยื่นเอกสารแนะนำตัวประกอบนามบัตรของนายวรกร ระบุชื่อร.อ.ดร.วรกร สมานญาติ ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) และเอกสารแนะนำตัวอีก 1 แผ่นระบุชื่อ ร.อ.ดร.วรกร สมานญาติ ตำแหน่งที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง) จะขอเข้าพบอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อทวงถามเร่งรัดให้ทางกรมสรรพากรอนุมัติรับงานติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าของบริษัทดังกล่าว ทางกรมสรรพากรจึงได้ประสานไปยังสำนักงานของพล.อ.ประวิตร จึงทราบว่าทั้งสามคนไม่ใช่ทีมที่ปรึกษาตามที่กล่าวอ้าง การกระทำดังกล่าว เพื่อหลอกลวงกรมสรรพากรให้รีบเร่งรัดอนุมัติงบประมาณตามโครงการให้ผิดขั้นตอน ซึ่งหากมีการอนุมัติตามที่นายวรกร กับพวกชี้ให้เห็นเหตุจูงใจและเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้รับเงินจากกรมสรรพากรเป็นเหตุให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหายจึงมีความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทั้งหมด ให้การภาคเสธในข้อกล่าวหา และไม่ให้สัมภาษณ์หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆกับสื่อมวลชน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล

