จบแล้ว! หนุ่มแคนาดาร้องรถหรูมือสองไม่ตรงรุ่นยอมความ เจ้าของเต็นท์ขอซื้อคืน

วันที่ 2 มิถุนายน จากกรณีที่นายทิม โมที่ โรเจอร์ ทัคซัค ชาวแคนาดา เข้าร้องเรียนกับหลายหน่วยงานอย่างสำนักคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อประมาณเดือนเมษายนของปีที่ผ่านมา (2558) กรณีพบความไม่ชอบมาพากลหลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น Fairlady 370Z จากเต็นท์รถแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งประกาศขายผ่านทางเว็บไซต์ดัง ในราคา 3,030,000 บาท โดยในเว็บดังกล่าวระบุเป็นรถปี 2012 และยังระบุว่ามีใบรับรองว่ารถจดประกอบจากดีเอสไอแล้ว จึงตัดสินใจซื้อมีการทำสัญญาและโอนรถอย่างเป็นทางการ แต่พอผ่านมาระยะหนึ่งได้พบข้อเท็จจริงว่า เป็นรถรุ่นปี 2008 นอกจากนี้ ทำให้หลงเชื่อจ่ายเงินกว่า 3 ล้านบาท

เมื่อตรวจสอบราคาในรุ่นเดียวกันกลับมีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว จึงพยายามสอบถามไปยังเต็นท์รถกลับได้รับคำตอบ ที่ไม่น่าพอใจ ตนจึงเสนอว่าจะขายรถคืน แต่ทางร้าน กลับเสนอว่าซื้อคืนภายในราคา 1,700,000 บาทเท่านั้น จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสนทยา อังกินันทน์ เจ้าของเต็นท์รถ ที่ สภ.เพชรบุรี จ.เพชรบุรีในเวลาต่อมา ก่อนเข้าร้องหลายหน่วยงานเพื่อขอให้ช่วยเหลือในการเร่งรัดคดี

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำทั้งสองฝ่ายและรวบรวมสำนวนคดีส่งให้กับอัยการจังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล ก่อนที่จะทำสัญญาร่วมว่า ฝ่ายจำเลย (นาย สนทยา อังกินันทน์) จะมีการซื้อรถคืนจากฝ่ายโจทก์ (นายทิม โมที่ โรเจอร์ ทัคซัค) ในราคา 2,300,000 บาท โดยในข้อตกลงกำหนดว่าจะมีการจ่ายเงินและรับรถคืนในวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ที่จังหวัดภูเก็ต และเมื่อฝ่ายจำเลยมีการซื้อคืนให้ฝ่ายโจทก์ถอนร้องทุกข์ที่ สภ.เพชรบุรี พร้อมทั้งทำหนังสือชี้แจงไปยังรายการสถานีประชาชน ทางช่องไทยพีบีเอส เพื่อให้ทราบว่าเป็นการเข้าใจผิด และได้ยุติข้อพิพาทเป็นที่เรียบร้อย

ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายทิมโมที่ และนายสนทยา ได้เดินทางเข้าพบร้อยเวรสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันก่อนมีการส่งมอบรถและเงินคืน โดยนายสนทยานำเช็กธนาคารจำนวนเงิน 2,300,000 บาท มามอบให้นายทิม โมที่ โรเจอร์ ทัคซัค  พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะรับรถคืนตามข้อตกลง โดยบรรยากาศในวันนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมีรอยยิ้มให้กัน

นายสนทยากล่าวสั้นๆว่า ทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดในการสื่อสารจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด จากนี้ไปตนเองจะต้องมีการทำความเข้าใจผู้ซื้อให้มีความชัดเจนมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

ส่วนนายทิมโมที่เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่คดีจบลง และตนเองได้รับเงินคืน แม้จะได้เพียง 2.3 ล้าน จากที่ซื้อมา 3 ล้านกว่าบาท แต่ก็รู้สึกยินดีที่วันนี้ที่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมได้กล่าวขอบคุณสื่อทุกแขนง โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่ช่วยในการนำเสนอปัญหา รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยให้ปัญหาสามารถคลี่คลายลงได้ ถึงแม้จะใช้เวลานานพอสมควร

อย่างไรก็ตาม นายทิมโมที่ได้ฝากถึงผู้ที่จะซื้อรถหรูที่เป็นมือสอง หรือรถนำเข้าจากต่างประเทศควรศึกษาให้รอบคอบและสอบถามรายละเอียดจากผู้ขายอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon