วันที่ 2 มิถุนายน ที่ จ.ลำปาง ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อหนึ่ง ได้โพสต์ภาพใบเสร็จรับเงินค่าปรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง และเขียนข้อความว่า “ข้อหาแบบนี้มีด้วยเหรอครับ เกิดมาพึ่งเคยเห็น” ซึ่งเมื่อดูในภาพ ก็มีการระบุที่ถูกปรับว่า “หมวกกันน็อกหมดอายุ” ซึ่งหลังจากที่ผู้ใช้รายนี้โพสต์ลงในกลุ่ม Lampang City โดยเป็นกลุ่มประชาชนชาวลำปางเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มกว่า 100,000 คน ก็มีการออกมาสอบถามต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น และมีการแชร์ รวมถึงตำหนิไปต่างๆ นานา ถึงการจับกุมตามภาพ และข้อความที่มีผู้โพสต์ลงไป
ด้าน พ.ต.อ.นิคม เครือนพรัตน์ ผกก.สภ.เมืองลำปาง หลังได้รับรายงานต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของ สภ.เมืองลำปาง ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ก่อนที่จะทราบว่าข้อความที่ระบุในใบเสร็จรับเงินค่าปรับในภาพนั้น ที่มีการเขียนระบุว่า “หมวกกันน็อกหมดอายุ” ไม่เป็นความจริง เพราะต้นฉบับที่ออกใบเสร็จไปแล้วระบุชัดเจน และถูกต้องว่า “ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่” ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบ พบว่าใบเสร็จรับเงินดังกล่าวนั้น ได้ออกไปให้กับผู้ที่เสียค่าปรับ คือ นายธนพล จุฬามณี ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2559
“เมื่อตรวจรายละเอียดในใบเสียค่าปรับ ที่มีผู้โพสต์ดังกล่าวนั้น ก็พบว่า มีการเติมข้อความในช่องข้อหาไปว่า “หมวกกันน็อกหมดอายุ” ซึ่งต้นฉบับจริงไม่มีข้อความใดเขียนไว้ นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อความที่ถูกเติมลงไปนั้น ลายมือที่เขียนก็ไม่ใช่ลายมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ออกใบเสร็จ ฉะนั้นแล้ว ทาง สภ.เมืองลำปาง จึงมั่นใจว่าเป็นการเขียนเพิ่มเติม และพยายามให้เกิดความเสียหาย และเกลียดชังต่อบุคคลทั่วไป ด้วยการนำมาโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มห้องชาวลำปางที่มีผู้คนติดตามมาก” พ.ต.อ.นิคมกล่าว
ผกก.สภ.เมืองลำปาง ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรของ สภ.เมืองลำปาง ผู้จับกุม คือ รหัสทิพย์ช้าง 642 ก็จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง เพื่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัว เจ้าของใบเสร็จรับเงินค่าปรับรายนี้มาสอบปากคำ ว่า เป็นผู้ที่โพสต์ภาพ และข้อความดังกล่าว จนสร้างความเสียหายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีต่อไป ซึ่งล่าสุดจากการติดตามพบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ได้ลบภาพที่โพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็ได้เก็บภาพไว้เป็นหลักฐานแล้ว

