ร้องกองปราบฯช่วยตามคดีลูกเป็นศพถูกม้วนในเสื่อทิ้งข้างถนน เชื่อฆ่าอำพราง

15.07.19 | 13:53 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมและทนายความ พร้อมนายสุริยา ศรีโซ้ง อายุ 47 ปี และ น.ส.เจียม ศิริสุข อายุ 46 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ป. ให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีที่บุตรชายอายุ 14 ปี พบเป็นศพเสียชีวิตอยู่ริมถนนร้อยเอ็ด-อาจสามารถ หลังเชื่อว่าถูกฆาตกรรมอำพราง


นายสุริยากล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 บุตรชายได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อที่จะไปบ้านเพื่อนและไปดูหนังในหมู่บ้าน ตนทราบข่าวอีกทีบุตรชายก็เสียชีวิตแล้ว หลังจากเกิดเหตุได้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง โดยเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ในวันเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยมีผู้หญิงเป็นคนขี่ และผู้ชายเป็นคนซ้อนท้าย มีเสื่อม้วนอยู่ตรงกลางรถและมีขาคนโผล่ออกมา และมีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่มาตรงบริเวณเดิม โดยมีร่างคนอยู่ตรงกลาง สภาพคล้ายกับคนหลับ ไม่ได้สติ และมีรถจักรยานยนต์คันแรกขี่ตามออกมา

นายสุริยากล่าวต่อว่า เหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าบุตรชายถูกฆาตกรรมนั้น เนื่องจากมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของบุตรชาย มาบอกกับตนว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นบุตรชายถูกทำร้าย ซึ่งมีพ่อเลี้ยงของเพื่อนอีกคนหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ โดยหลังจากเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตำรวจได้เรียกผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำแล้ว แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและได้โทรศัพท์มาข่มขู่พยานที่ให้ข้อมูล ประกอบกับเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสรุปคดีว่าบุตรชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จึงนำพยานหลักฐานและพยานบุคคลมามอบให้กับทางกองปราบฯเพื่อสืบสวนเพิ่มเติม

ทนายรณรงค์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 ได้เข้ามาร้องขอให้กองปราบฯช่วยติดตามคดีและตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตบุตรชายของนายสุริยาแล้ว แต่ยังไม่ทราบผลสรุป ในวันนี้จึงต้องการทราบข้อสรุปของทางกองปราบฯว่าเห็นสอดคล้องกับ สภ.ธวัชบุรี หรือไม่

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจกองปราบฯได้ไปจำลองเหตุการณ์บางช่วงตามข้อเท็จที่มีอยู่แล้วเมื่อปีที่แล้ว ประกอบกับเชิญพยานในเหตุการณ์มาให้ปากคำ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าข้อมูลที่พยานให้ยังวกวน รวมถึงหลักฐานที่กองปราบฯรวบรวมมายืนยันไม่ได้ว่าเป็นบุคคลหรือศพ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปแต่อย่างใด

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ครอบครัวนำมาให้เพิ่มเติม ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป