เหตุเกิดที่เนิน100 ศพ! น.ศ.ม.ดัง กลับจากซื้อเทียนพรรษา ชนประสานงากระบะดับ น้องชายสาหัส

15.07.19 | 18:48 น.

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ร.ต.ท.วรพรต อุติลา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนทางหลวง 22 สายนครพนม-สกลนคร ช่วงบ้านหนองหญ้าไซ หมู่ 7 ต.กุรุคุ อ.เมือง จึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม รุดไปพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนมจุดเมือง กู้ชีพลำโขงเฟรนด์ชิฟ รถกู้ภัย อปพร.เทศบาลเมืองฯ รถกู้ชีพ อบต.กุรุคุ กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง รถกู้ชีพ รพ.ค่ายพระยอดเมืองขวาง และตำรวจทางหลวง จุดตู้ยามหนองญาติ ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน อยู่ระหว่างขยายช่องจราจร เลนช่องกลางด้านซ้ายฝั่งขาออกตัวเมืองเยื้องกับบริษัทบุญทะพานฟาร์มจำกัด พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บง 5542 นครพนม สภาพหน้ารถพังยับ พบศพ นายจีรภัทร ไชยเสนา อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.สกลนคร ปี 4 คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นชาวบ้านโคกสูง ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตคาพวงมาลัย


ส่วนคนเจ็บเบื้องต้นทราบชื่อเล่น นายเสก น้องชายผู้ตาย นั่งเบาะข้างมาด้วย บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพลำเลียงส่งรักษาที่ รพ.นครพนม ท้ายรถพบเทียนพรรษา 2 เล่มบรรจุในกล่อง และพบตะกร้าใส่ขวดน้ำ ยางอะไหล่หลุดกระเด็น น้ำมันเครื่องไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างนายจีรภัทร ผู้ตายออกมาจากซากรถ
ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บท 1220 อุตรดิตถ์ สภาพหน้ารถพังยับเยินเช่นกัน พบถุงลมนิรภัยทำงาน ส่วนคนขับเป็นชายชาวบ้านหนองค้า ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ อาการสาหัส ส่วนคนนั่งเบาะข้างทราบชื่อเล่น นายหม่น อายุราว 60 ปี ขาซ้ายหักสาหัส ถูกนำส่งรักษาที่ รพ.นครพนม ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะอีซูซุที่มีนายจีรภัทรซึ่งอยู่ระหว่างฝึกงาน ชักชวนน้องชายไปซื้อเทียนเข้าพรรษาในตัวเมืองจังหวัดนครพนม และมุ่งหน้ากลับบ้านที่ ต.มหาชัย อ.ปลาปาก ขณะขับมาถึงหน้าบริษัทบุญทะพาน ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงสุกร ซึ่งตรงนั้นเป็นทางขึ้นเนินลาดชัน สันนิษฐานว่าอาจขับมาด้วยความเร็วสูง มีรถกระบะโตโยต้าคู่กรณีขับมาจากฝั่ง จ.สกลนคร ซึ่งก็แล่นมาด้วยความเร็วสูง ก่อนชนประสานงากันอย่างจังเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สำหรับถนนทางหลวงหมายเลข 22 สายนี้ เดิมเป็นถนน 2 เลนอยู่ระหว่างสร้างขยายเป็นถนน 4 เลนไปจนถึง ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร ระยะทางยาวกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งขณะก่อสร้างจะต้องให้รถวิ่งเลนข้าง 2 ช่องจราจรไป-กลับ ส่วนเลนกลาง 2 เลน มีคันดินสูงต่างระดับ ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินมาตลอด โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดเสี่ยงขึ้นเนินอันตราย ซึ่งชาวบ้านต่างตั้งฉายาว่าจุดเนิน 100 ศพ

Advertisement