จากกรณี น.ส.เคท เอ็ม ชิปเปอร์ฟิลด์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย พร้อมเพื่อน ได้แจ้งความที่ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต โดยระบุว่าเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เรียกใช้บริการรถตู้ ทะเบียน 30-0481 ภูเก็ต จากสนามบินเพื่อมาส่งโรงแรมพีชฮิลล์ กะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อมาถึงโรงแรม ปรากฏว่าคนขับรถตู้ได้เรียกเก็บค่าโดยสารเป็นเงิน 3,000 บาท จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมีผู้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียและมีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ หลังรับแจ้ง พ.ต.ต.เตชินท์ ดีทองอ่อน สว.(สอบสวน) สภ.กะรน ได้ติดตามตัวคนขับรถตู้คันดังกล่าวพร้อมกับได้นัดคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ปากคำ
ล่าสุดวันที่ 18 ก.ค. ที่ สภ.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ภูริพัฒน์ จันทร์แก้ว คนขับรถตู้ ทะเบียน 30-0481 ภูเก็ต พร้อมนางนฤมล จำปาทอง เพื่อนผู้ทำหน้าที่หาแขกให้ เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน น.ส.เคท เอ็ม ชิปเปอร์ฟิลด์ พร้อมเพื่อน นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ก็เดินทางมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนจะร่วมให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ประวิทย์ สุทธิเรืองอรุณ ผกก.สภ.กะรน พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัด ร่วมรับฟัง โดยใช้เวลาพูดคุย เกือบ 1 ชั่วโมง
นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น จากการสอบถาม ทราบว่า นทท.ทั้งสองเดินทางมาจากประเทศออสเตรเลีย มายังสนามบินนานาชาติภูเก็ต และได้การประสานรถจากโรงแรมไปรับ ซึ่งระหว่างที่รออยู่นั้น มีนางนฤมล จำปาทองไปติดต่อ โดยประสงค์จะไปส่งที่โรงแรม โดยให้เพื่อนชื่อนายภูมิพัฒน์ จันทร์แก้ว คนขับรถตู้มารับไปส่ง โดยทางผู้เสียหายแจ้งว่ามีราคาที่สูงเกินกำหนด โดยในส่วนของราคาค่าโดยสารนั้น กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายให้การไม่ตรงกัน ฝ่ายนทท.ระบุว่าจ่ายไป 3,000 บาท แต่คนขับรถตู้ระบุว่า เก็บเงินแค่ 2,000 บาท ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องสอบสวนว่าราคาที่จ่ายจริงคือเท่าไร
ในส่วนของนางนฤมล หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหานั้น ทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตได้ทำการสั่งเปรียบเทียบปรับไปแล้ว เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท เนื่องจากเข้าไปรับบุคคลในพื้นที่ของการท่าฯโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การท่าฯ ข้อ 8 คือ การเข้าไปรับ ชักชวนผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในส่วนที่ว่าคิดราคาเกินจริง หรือมีความผิดอื่นๆ ตาม พ.ร.บ.ขนส่งหรือไม่นั้น คาดว่าในช่วงบ่ายทาง ผกก.สภ.กะรน และเจ้าหน้าที่ขนส่งจะให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จะต้องรักษาภาพลักษณ์ของภูเก็ตไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก
ทั้งนี้ นายสุพจน์ยังกล่าวอีกว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าว โดยสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก หากตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริงตามที่ นทท.กล่าวหา
สำหรับปัญหาการเรียกแขก หรือ นทท.ให้ใช้บริการรถภายนอก ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตในลักษณะเช่นนี้ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลายส่วนพยายามดูแลเข้มข้น แต่ก็ยังมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว จึงมีความจำเป็นจะต้องเพิ่มความเข้มขึ้นไปอีก และมีการปรับโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.การท่าฯ เพื่อไม่ให้กระทำความเสียหายขึ้นอีก
“อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงผู้ประกอบการ รถบริการต่างๆ มีจิตสำนึกเพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว หากทำร้ายบ้านเมืองตัวเองก็จะลำบากในอนาคต วันนี้อาจจะทำได้ แต่ก็ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะดำเนินมาตรการเข้มข้นยังไงก้ตามก็จะไม่ค่อยสำเร็จ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเอง” นายสุพจน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากนายภูริพัฒน์ จันทร์แก้ว คนขับรถตู้ในเบื้องต้น ยืนยันว่ารับเงินจำนวน 2,000 บาทจาก นทท. ไม่ใช่จำนวน 3,000 บาท ตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งก่อนจะมีการรับ นทท.มาส่งที่โรงแรมนั้น ได้มีการแจ้งราคากับ นทท.ชัดเจนว่า หาก นทท.ต้องการจะให้คิดเงินแบบรายหัว จะคิดหัวละ 200 บาท แต่ต้องรอจนกว่ารถจะเต็มถึงจะออกได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าต้องการให้ออกรถเลยต้องคิดแบบเหมาในราคา 2,000 บาท
ซึ่ง นทท.ตกลง จึงออกเดินทางมาส่งที่โรงแรม และรับเงินจำนวน 2,000 บาท ไม่ใช่ 3,000 บาท ตามที่ นทท.ระบุ ทั้งนี้ ยอมรับว่าคิดแพงกว่าราคาปกติ เล็กน้อย คือ หากคิดตามมาตรฐานราคาเหมารถตู้จากสนามบิน-กะรน อยู่ที่ราคา 1,600 บาท แต่ตนคิดเป็น 2,000 บาท เพิ่มจากปกติ 400 บาท เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนเองเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก


