“อัยการธนกฤต”กางรธน.ไร้บทบัญญัติตั้งอสส.ให้วุฒิสภาเห็นชอบ เเนะแก้พ.ร.บ.องค์กรอัยการ ตัดอำนาจวุฒิสภาป้องการเมืองแทรกแซงสอดคล้องรธน.ฉบับ60
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสุงสุดได้โพสต์เฟซบุ๊คให้ความเห็นกรณีประเด็นเรื่องการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรอัยการ เพื่อให้การแต่งตั้งอัยการสูงสุดไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา มีข้อความว่า ตามที่คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ที่มีนายอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นประธาน ก.อ. ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 แต่งตั้งให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด นั้น การแต่งตั้งอัยการสูงสุดตามมติ ก.อ. ดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ซึ่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 บัญญัติขึ้นภายหลังจากรัฐธรรมนูญ 2550 บังคับใช้ จึงมีบทบัญญัติในส่วนของการแต่งตั้งอัยการสูงสุดที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 255 วรรค 3 ที่กำหนดให้การแต่งตั้งอัยการสูงสุดนอกจากจะต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการอัยการแล้วยังจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วย
แต่ในปัจจุบันนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีบทบัญญัติให้การแต่งตั้งอัยการสูงสุดต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาเช่นที่รัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติไว้ในมาตรา 255 วรรค 3 อีกต่อไป นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 248 วรรค 3 ยังได้กำหนดให้กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อนต้องได้รับเลือกจากพนักงานอัยการด้วย จึงทำให้ต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ. 2553 มาตรา 18 (4) ที่บัญญัติให้มีกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้มาจากการเลือกโดยพนักงานอัยการ โดยได้รับเลือกมาจากวุฒิสภาและได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดังกล่าว
การที่รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้บัญญัติให้การแต่งตั้งอัยการสูงสุดต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาเช่นที่รัฐธรรมนูญ 2550 เคยบัญญัติไว้ และบัญญัติให้กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อนต้องได้รับเลือกจากพนักงานอัยการ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรอัยการมีความเป็นอิสระและปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ซึ่งย่อมเป็นผลดีต่อองค์อัยการในการป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง สมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560
ดังนั้น เมื่อปัจจุบันนี้ รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว และมีรัฐธรรมนูญปี 2560 มาบังคับใช้แทน
ในอนาคตข้างหน้าต่อไป จึงสมควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ดังกล่าว เพื่อให้การแต่งตั้งอัยการสูงสุดไม่จำต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาอีกต่อไป ซึ่งจะสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ. 2553 ที่ได้ยกเลิกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกจากวุฒิสภาและได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อความเป็นอิสระขององค์กรอัยการและเป็นการป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองด้วย

