กลับมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลอีกครั้ง กรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ คดีแพรวา เด็กสาวตระกูลดังขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพบนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เมื่อคืน วันที่ 27 ธันวาคม 2553
จนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 9 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์วันนั้นยังไม่ได้การเยียวยาค่าเสียหาย
หลังจากศาลฎีกาส่วนแพ่งอ่านคำพิพากษาให้จำเลยซึ่งประกอบด้วย น.ส.แพรวา พ่อ แม่ เจ้าของรถที่ให้ น.ส.แพรวายืมขับ ชดใช้ค่าสินไหมกว่า 24.7 ล้านบาท นับตั้งแต่การอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562
หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องพร้อมให้ความช่วยเหลือ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แนะช่องทางให้เหยื่อที่ได้ค่าเยียวยาตามคำพิพากษา ให้มาพบอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (อัยการ สคช.) ได้ จะให้คำแนะนำวิธีการดำเนินการด้วยตัวเอง การเขียนคำร้องยื่นกรมบังคับคดี อย่างครบถ้วนหรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องใช้ทนายความ จะหาดำเนินการให้ จะได้ไม่ถูกหลอก ทั้งหมดอัยการบริการฟรี
ขณะนี้กำลังผลักดันการแก้ระเบียบช่วยเหลือประชาชนให้กว้างขวาง อัยการ สคช.กับกระทรวงยุติธรรม ก็มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันเพื่่อช่วยเหลือประชาชน ให้กระชับรัดกุมรวดเร็วขึ้น
ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเองได้ออกมายื่นมือให้ความช่วยเหลือและชี้ช่องตามข้อกฎหมาย
ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงยุติธรรมเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายกรณีดังกล่าว
ขณะนี้กรมบังคับคดีพร้อมอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการบังคับคดีเช่นกัน โดย ผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี จากนั้นนำหมายบังคับคดีไปตั้งเรื่องที่กรมบังคับคดี เพื่อให้มีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์
กรณีไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษา หากครบกำหนดเวลา 30 วันหลังศาลมีคำพิพากษา ผู้เสียหายจะต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี
เมื่อได้หมายบังคับคดีมาแล้ว จึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ยากที่สุด เพราะศักยภาพบุคคลทั่วไปยากต่อการเข้าถึงข้อมูล ต้องจ้างทนายความ คนจนคนด้อยโอกาสสามารถขอเงินค่าจ้างทนายความสืบทรัพย์ได้จากกองทุนยุติธรรมได้
รองปลัดฯธวัชชัยแนะนำให้จำเลยเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด
ส่วนผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ สามารถขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด หรือศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม
สำหรับขั้นตอนการบังคับคดีนั้นจะใช้ขั้นตอนตาม ประมวลกฎมาย วิ. แพ่ง กล่าวคือ หากจำเลยไม่ดำเนินการจ่ายชดเชยตามคำพิพากษาของศาล โจทก์หรือเจ้าหนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดีกับโจทก์
จากนั้นขั้นตอนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ตามประมวล วิ.แพ่ง หมายบังคับคดีจะถูกส่งตามระบบมาแจ้งมายังกรมบังคับคดี
ระหว่างนั้น เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการสืบหาทรัพย์ของโจทก์ว่า มีทรัพย์ใดบ้าง ซึ่งขั้นตอนการสืบทรัพย์เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการสืบหาทรัพย์ เจ้าหน้าที่่พนักงานคดี ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องในเรื่องสืบทรัพย์
ส่วนใหญ่การสืบทรัพย์เป็นขั้นตอนของเจ้าหนี้ที่จะต้องไปจ้างทนายความเพื่อสืบทรัพย์ เพราะการสืบทรัพย์นั้นก็ต้องแน่ใจว่าเป็นของจำเลยจริงๆ จึงจะทำการยึดทรัพย์ได้ เช่น บัญชีที่เป็นชื่อลูกหนี้ รวมถึงกรณีที่ลูกหนี้ใช้ชื่อคนอื่นในการเปิดบัญชีธนาคารแทนชื่อตนเอง บ้านที่ ดิน ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้
จากนั้นจะต้องแจ้งมายังกรมบังคับคดี
เพื่อออกหมายบังคับคดีให้ยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำมาชดใช้ให้เจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยกรมบังคับคดีจะส่งเรื่องไปยังธนาคารเพื่ออายัดบัญชี หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ก็ออกหมายอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไปยังกรมที่ดิน
ขั้นตอนสุดท้ายคือ การขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ ในการขายทอดตลาดจะเป็นการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งได้ทำการยึดมาแล้วโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยจะเป็นการประมูลขายให้กับบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หากทรัพย์ที่นำมาขายทอดตลาดยังไม่พอกับมูลหนี้ที่เจ้าหนี้ต้องชดใช้ ในช่วงเวลา 10 ปีลูกหนี้สามารถติดตามได้เพิ่มเติม หรือเมื่อครบกำหนดแล้วไม่สามารถชดใช้ได้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการแจ้งต่อศาล
เพื่อสั่งให้เจ้าหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย

