ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 3 มิถุนายน 2559 อาสาสมัครกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟหลังสวนว่า มีเด็กหญิงอายุประมาณ 14 ปี ตกจากรถไฟสายนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ขณะรถวิ่งจากสถานีควนหินมุ้ย ต.นาขา อ.หลังสวน เข้าสู่หมู่ที่ 2 ตำบลตะโก อ.ทุ่งตะโก ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.30 น.วันที่ 2 มิถุนายน 2559 อีกทั้งจุดที่เด็กตกลงไปเป็นป่าริมทางรถไฟที่มืดมิดและห่างไกลบ้านเรือนของชาวบ้าน
ต่อจากนั้น อาสาสมัครกู้ภัย เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟหลังสวน และตำรวจ สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จึงร่วมกันออกตามหาด้วยรถตรวจรางรถไฟและการเดินเท้า ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีขบวนรถไฟขึ้นล่องหลายขบวน จนเวลาประมาณ 02.00 น.จึงพบ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/1 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการช่วยเหลืออยู่ที่บ้านของครอบครัวหนึ่ง ห่างทางรถไฟประมาณ 500 เมตร ตามร่างกาย ด.ญ.เอ มีเลือดเต็มไปหมด มีอาการรู้สึกตัวบ้างไม่รู้สึกตัวบ้าง ที่ศีรษะมีบาดแผลหลายแผล มีเลือดไหลตลอดเวลา จึงช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่ง รพ.ทุ่งตะโก แพทย์ระบุว่ากระดูกข้อมือด้านขวาหัก และสมองถูกกระทบกระเทือนมาก จึงต้องนำตัวส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ทันที
ต่อมา นายพงษ์ศักดิ์ บุญสุข สารวัตรงานเดินรถแขวงชุมพร ตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาเยี่ยม ด.ญ.เอเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมเปิดเผยว่า ด.ญ.เอขึ้นรถไฟขบวนที่ 174 คันที่ 9 เลขที่นั่ง 44 และ 45 มากับนางมะลิทอง เนาวรังสี อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นยาย ออกเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 13.00 น. ปลายทางจังหวัดราชบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นยายหลับบนที่นั่ง ด.ญ.เออยากให้ยายนอนสบาย ไม่ต้องเบียดกับตนเอง จึงเดินออกมานั่งใกล้บันไดรถไฟแล้วเผลอหลับไป ทำให้พลัดตกจากรถไฟ และขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ยังต้องคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยายของ ด.ญ.เอได้ลงจากรถไฟที่สถานีชุมพรก็ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่การรถไฟในการพาไปดูแลหลานสาวที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์แล้ว

