วันที่ 3 มิถุนายน 2559 ที่หอประชุมที่ว่าการ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พล.ต.ต.ธนยินทร์ เทพรักษา ผบก.ภ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือแก่พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ประสบเหตุจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพักเด็กหญิงของโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยาภายในมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) เลขที่ 9 ม.11 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จนทำให้เด็กหญิงชั้นอนุบาล-ป.6 เสียชีวิต 17 คนและบาดเจ็บ 5 คน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายอำเภอเวียงป่าเป้า นำพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กหญิงที่สูญเสียทั้ง 17 คน รวมถึงนักเรียนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 16 คน และบาดเจ็บจำนวน 5 คนแต่เนื่องจากยังได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนพักที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อีก 2 คนจึงมีญาติไปรับแทน ซึ่งบรรยากาศยังคงมีความโศกเศร้าของพ่อแม่ผู้ปกครองที่สูญเสียทำให้ผู้เข้าร่วมต้องปลอบประโลมอย่างต่อเนื่อง
โดยการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการมอบให้เฉพาะกรณีมีผู้ใจบุญบริจาคเป็นเงินผ่านบัญชีที่ทางศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ทางฝ่ายปกครอง อ.เวียงป่าเป้า เปิดรับการช่วยเหลือได้รวมกันจำนวน 14,772,297.38 บาท ส่วนบัญชีอื่นๆ โดยเฉพาะพนักงานของธนาคารออมสินได้นำเงินที่พนักงานร่วมกันบริจาครวม 1.3 ล้านบาท ไปช่วยเหลือผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้วรายละประมาณ 300,000 บาท และผู้บาดเจ็บสาหัสได้รับรายละ 170,000 บาท ส่วนผู้ได้บาดบาดเจ็บเล็กน้อยได้รับลดหลั่นกันลงไป
ซึ่งคณะได้แบ่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองกรณีเสียชีวิตทั้ง 17 รายๆ ละ 750,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,750,000 บาท ผู้บาดเจ็บเล็กอย 3 รายๆ ละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 300,000 บาท ผู้บาดเจ็บสาหัสที่รักษาต่อเนื่องคือ ด.ญ.รดา อาเซาะ จำนวน 612,0297.38 บาทเพราะยังป่วยไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และ ด.ญ.นรินทิพย์ อาจู ชั้นอนุบาล 3 ซึ่งถูกไฟลวกตามลำตัว 23% ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จำนวน 400,000 บาท ส่วนเด็กหญิงที่รอดชีวิตออกมาโดยบาดเจ็บคนละเล็กละน้อนจำนวน 13 คนได้รับรายละ 50,000 บาท รวมทั้งหมด 650,000 บาท และอีก 3 คน ได้ค่าบำรุงขวัญที่ช่วยดูแลน้องๆ ในคืนเกิดเหตุคนจำนวน 3 คน ได้รับรายละ 20,000 บาท รวมจำนวน 60,000 บาท
ขณะที่ ที่ห้องประชุมดุรงคบูลย์ ภ.จว.เชียงราย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เป็นประธานในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดีไฟไหม้โดยมี พล.ต.พิศาล นาคผจญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พล.ต.ต.ทรงอัลภาชน์ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธนยินทร์ เทพรักษา ผบก.ภ.เชียงราย พล.ต.ต.สันติ์ สุขวัจน์ ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน 5 นายแพทย์กันต์ ทองแถม ณ อยุธยา แพทย์นิเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ น.ส.อณิรา ธินนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย พ.ต.อ.ประหยัด สิงสิน ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า รายงานการปฏิบัติของทุกฝ่ายเพื่อเตรียมส่งมอบให้คณะพนักงานสอบสวนนำโดย พล.ต.ต.ทรงธรรม ดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.สันติ์ ได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานว่าจากการตรวจหาจุดเกิดความร้อนพบเกิดขึ้นตรงมุมขวาด้านหลังของชั้นล่างในตัวบ้าน โดยไฟได้โหมไหม้จนพื้นชั้นบนทรุกลงมาและตรงจุดนั้นได้ตรวจพบขาหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ยาวตกอยู่ติดกับพื้นแสดงว่าเป็นหลอดไฟจากชั้นล่างดังกล่าว เมื่อสอบถามครูที่ดูแลก็ให้การตรงกัน จากนั้นไฟได้ค่อยๆ ลุกเป็นลักษณ์ตัววีอย่างหนักจนลุกกรงหน้าต่างชั้นล่างหักงอ จุดนี้ยังพบเศษตระกล้าใส่เสื้อผ้านักเรียนเป็นพลาสติก 4-5 ใบ จึงเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากขั้วหลอดไฟหลวมและหลอมละลายตกลงมาลักษณะนี้เรียกว่าข้อต่อหลวมหรือ Loose contact โดยตกลงบนกองเสื้อผ้าทำให้มีการลุกไหม้ เพราะบริเวณนี้ไม่มีกิจกรรมอื่นและเตารีดก็อยู่ในห้องรีดผ้าที่อยู่ถัดไปและไม่ถูกไฟไหม้ครบทั้ง 2 อัน ด้านแผงควบคุมไฟอาคารตัดเฉพาะไฟด้านนอกเพราะเกิดการไหม้เฉพาะจุด
พล.ต.ต.สันติ์ ได้ยกตัวอย่างกรณีเกิดเหตุที่โรงงานแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม ว่ามีหลักฐานและพยานเห็นเหตุการณ์ขั้วหลอดไฟตกลงไปบนกองเสื้อผ้าแล้วเกิดไฟลุกไหม้ก่อนลุกลามจนทำให้โรงงานเสียหายอย่างหนัก และแผงควบคุมไฟก็ตัดไฟเฉพาะด้านนอกอาคารเหมือนกันด้วย กระนั้นที่ จ.เชียงราย สามารถเก็บหลักฐานเป็นขั้วหลอดไฟได้ทันแต่ที่บ้านพักเด็กครั้งนี้พบเพียงแค่รางโลหะของหลอดไฟเพราะถูกไฟไหม้หมดแต่มีตัวอย่างของรางหลอดไฟในลักษณะเดียวกันอยู่ในชั้นอื่นของบ้านที่นำมาเป็นตัวอย่างที่ขั้วยังไม่หลอดละลายได้ ทั้งนี้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยแต่สังคมยังไม่รับทราบเท่านั้น เนื่องจากมักไมมีใครไปดูหลอดไฟเพราะเมื่อกดเปิดและปิดก็ทำงานปกติส่วนอายุการใช้งานก็ระบุที่ตัวหลอดไฟที่ระบุมีอายุใช้งาน 22,000-25,000 ชั่วโมง ขณะที่รางโลหะไม่ได้แจ้งไว้ ขณะที่ขั้วทันอุณหภูมิได้เพียงแค่ 140 องศาเซลเซียส เมื่อเกินจากนี้ก็จะหลอมละลายหากตกไปบนเสื้อผ้า ขยะ ฯลฯ ก็ลุกไหม้ได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เหมาะสมด้วย
ด้านนพ.กันต์ กล่าวว่าได้ใช้การตรวจศพทั้ง 17 ราย ด้วยการตรวจพื้นฐานคือดูเพศ น้ำหนัก ส่วนสูง และตรวจจากฟัน รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอกระทั่งปัจจุบันได้ข้อสรุปครบทัง 17 รายแล้วส่งมอบให้รายสุดท้ายให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตได้ผ่าดูปอดพบได้รับสารคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่เป็นสารชนิดไม่มีสีและกลิ่นแต่ดูดซึมเร็วกว่าอ๊อกซิเจนกว่า 200-250 เท่า และไม่มีอ๊อกซิเจนในเลือดของเด็กเลย สภาพของเด็กก่อนเสียชีวิตจึงอาจจะหลับ มึนงงหรือปวดศีรษะก่อนจะเสียชีวิตไปก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ร่าง ซึ่งสารคาร์บอนมอนนอกไซด์เกิดขึ้นได้ทั่วเมื่อมีการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้แจ้งให้ทางกองพิสูจน์หลักฐาน 5 และแพทย์นิติเวช ได้รีบส่งรายงานอย่างเป็นทางการให้กับพนักงานสอบสวนด้วยเพื่อจะได้นำมาประกอบสำนวนการดำเนินการ เพราะในส่วนของการสอบสวนนั้นทางเจ้าหน้าที่ตรวจได้สอบปากคำไปแล้วจำนวน 54 ปาก และเหลือเพียงผู้เกี่ยวข้องกับเด็กอีกส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าคดีคืบหน้าไปเกิน 90% แล้วแต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ใดหรือไม่เพราะต้องรอรายงานจากทุกฝ่ายให้ครบแล้วนำมาประกอบการสอบสวนก่อน
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากและสั่งการลงมาให้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคลี่คลายเรื่องราวโดยเฉพาะการหาสาเหตุของไฟไหม้ ทั้งนี้เมื่อตนได้ทราบว่าที่ จ.เชียงราย มีบ้านพักหอพักในลักษณะนี้เป็นจำนวนมากก็ยิ่งต้องขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ เช่น ทางออกอาคารควรมีหลายทางหรือไม่ อุปกรณ์ดับเพลิงครบหรือไม่ ฯลฯ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
นอกจากนี้ น.ส.อณิรา ธินนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย กล่าวว่าหลังเกิดเหตุทาง พม.ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพจิตของชาวบ้านโดยเฉพาะพ่อแม่ที่ยังเสียใจ เพราะที่ผ่านมาสังเกตุเห็นมีอยู่ 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ยังรู้สึกคับแค้นใจในเหตุการณ์เพราะก่อนจะพาบุตรหลานไปพักที่บ้านหลังดังกล่าวได้รับการประชาสัมพันธ์ว่าจะดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางกลุ่มที่เห็นใจทางโรงเรียนที่ได้มีการดูแลทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบผู้ปกครองบางรายที่ อ.พญาเม็งราย มีสุขภาพจิตที่แย่มากเพราะสอบถามได้ความว่าได้เร่งรัดให้บุตรหลานไปอยู่ที่บ้านพักดังกล่าวโดยที่เด็กก็ไม่อยากไปทำให้รู้สึกผิดเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งทางนายอำเภอร่วมกับ พม.ได้ดูแลเรื่องสุขภาพจิตให้อย่างเต็มที่แล้ว
น.ส.อณิรา กล่าวด้วยว่า นักจิตวิทยาดูแลสุขภาพจิตญาติผู้ประสบเหตุทุกรายและประสานเรื่องการย้ายเด็กที่ประสงค์จะย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่นโดยกรณีของเด็กหญิง 2 คนที่พบเหตุการณ์เป็นคนแรกและวิ่งไปบอกครูและคนอื่นๆ ขอย้ายไปโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อ.แม่จัน ส่วนรายอื่นๆ ที่ยากจนมากๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะตามไปดูแลอย่างเต็มที่ต่อไป นอกจากนี้ในวันที่ 8 มิ.ย.นี้จังหวัดจะสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพราะปัจจุบันมีบ้านพักเด็กในลักษณะเดียวกันนี้อยู่ใน จ.เชียงราย กว่า 51 แห่ง และเป็นเอกชนถึง 80% โดยมีสภาพเก่าเหมือนอาคารที่เกิดเหตุครั้งนี้และรับเด็กเข้าไปเกินจำนวนที่กำหนดอีกด้วย ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นลักษณะของเอกชนที่ใช้งบประมาณจากต่างประเทศและมีการขอผ่อนปรนเรื่องการจดทะเบียน ซึ่งยังไม่รวมหอพักที่ไม่จดทะเบียนที่มีอีกจำนวนหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก ดังนั้นทางจังหวัดจึงสั่งว่าในการถอดบทเรียนจะเตรียมรับกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฉบับใหม่และกฎหมายใหม่อื่นๆ เพราะของเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2546 และให้ผู้ไม่จดทะเบียนไปดำเนินเสียให้ถูกต้องต่อไป

