กรณีที่นักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนเนื่องมาจากนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จะต้องไปทัศนศึกษาดูงานประเทศเกาหลีใต้ เพื่อฝึกอบรมการเป็นผู้เที่ยวและเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวภายในท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น 68 คน โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 21,900 บาท โดยมีการว่าจ้างให้ทางบริษัท ทัวร์ ฟอร์ เอเวอร์ จำกัด ซึ่งมี น.ส.มาลินี เพชรวงษ์ เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะเดินทางในวันที่ 10 พฤศจิการยน 2561 ที่ผ่านมา ต่อมาได้มีการเลื่อนการเดินทางออกไปไม่มีกำหนด จึงได้คืนเงินเบื้องต้น 2,000 บาท หลังจากนั้นบริษัทดังกล่าวได้มีการปิดกิจการและได้หลบหนีไป ทำให้นักศึกษาไม่ได้เดินทางไปดูงาน โดยบริษัทเก็บเงินไปทั้งหมด 1,353,200 บาทไปด้วย หลังจากนั้นนักศึกษาได้รวมตัวกันไปแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงกับบริษัท ทัวร์ ฟอร์ เอเวอร์ จำกัด ที่ สภ.ฉะเชิงเทรา และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก น.ส.มาลินีมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่ยอมมาพบพนักงานสอบสวนและได้ออกหมายจับไปแล้ว ต่อมานักศึกษาได้มีการรวมตัวเพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทราอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม น.ส.วิมลพร วงษ์โคตร นักศึกษาซึ่งอาศัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรีที่ได้รับความเดือดร้อนต้องสูญเงินไปทั้งหมด 19,900 บาท กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเพื่อให้นักศึกษาได้มีการฝึกวิชาชีพตามที่เรียนมา แต่ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวไม่สามารถพาไปดูงานได้ ทำให้พวกตนรวมทั้งหมด 68 คน เสียเงินรวมกันแล้วกว่า 1 ล้านบาท ทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อนมาก เพราะเงินจำนวนดังกล่าวบางคนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อให้ลูกไปดูงาน หากไม่ไปอาจจะเรียนไม่จบ แต่บริษัทปิดตัวและไม่คืนเงินจึงได้พยายามเรียกร้องขอเงินคืน และให้ทางมหาวิทยาลัยออกมาช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบ สาเหตุที่มีการร้องเรียนหรือแจ้งความดำเนินคดีล่าช้า เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหากับทางมหาวิทยาลัยและอาจเรียนไม่จบ จึงมาเปิดเผยหลังจากที่ทุกคนอนุมัติให้จบการศึกษาแล้ว จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยออกมาช่วยเหลือ รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทรา และตำรวจเร่งดำเนินคดีด้วย เพราะพวกตนเดือดร้อนจริงๆ หากคดียังไม่มีความเคลื่อนไหว จะไปร้องเรียนตำรวจกองปราบปรามเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีต่อไป
นายวสุ วงษ์โคตร พ่อของ น.ส.วิมลพร กล่าวว่า ช่วงที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ให้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ต้องใช้เงินจำนวนมากก็ต้องหาเงินให้ลูกสาว ปรากฏว่าทัวร์ยกเลิกกลางคัน และหลบหนีไปอีก ทำให้ต้องสูญเงินไป 19,900 บาท ตนเองก็อยากได้คืนถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยดำเนินการติดตามผู้ที่ฉ้อโกงมาดำเนินคดีด้วย

