ฆ่าปาดคอนักศึกษาดับ ตั้งปมปัญหาส่วนตัว ไม่ใช่สถาบันการศึกษา

จากเหตุวัยรุ่นกว่า 10 คน ฆ่าปาดคอนายวิชชา​ หนูอุดม​ อายุ​ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ ​1​ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม​ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ​จอมเกล้า​พระนคร​เหนือ ​เสียชีวิตที่หน้าร้านขายอาหารตามสั่ง​ในซอยวงศ์สว่าง 11​ แขวงวงศ์สว่าง​ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยคาดว่ากลุ่มคนร้ายหลบหนีมุ่งหน้าไปทางซอยงามวงศ์วาน 11

เมื่อช่วงสายวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ สน.ประชาชื่น ชุดสืบสวน สน.ประชาชื่น ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจนครบาล 2 และชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมประชุมความคืบหน้าคดีเพื่อตามหาเบาะแสของคนร้าย

โดยมีรายงานจากชุดสืบสวนว่า ปมการก่อเหตุไม่น่าจะมาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบัน และให้น้ำหนักไปในเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว หรือเรื่องชู้สาว และคาดว่ากลุ่มคนร้ายบังเอิญมาเจอผู้ตายมากกว่า

ต่อจากนี้ชุดสืบสวนได้แบ่งหน้าที่และกระจายกำลังไล่ตรวจสอบหาภาพกล้องวงจรปิดทั้งเส้นทางก่อนก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย รวมถึงติดตามตัวบุคคลต้องสงสัยเข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด

เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมพ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์​ ผกก.สน.ประชาชื่น​ เข้าประชุมคลี่คลายร่วมกับชุดสืบสวน บก.น.2 และ ชุดสืบสวน สน.ประชาชื่น เป็นเวลานานร่วม 2 ชั่วโมง

โดย พล.ต.ต.เอกชัย กล่าวว่า ในวันนี้ได้มอบหมายสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามหาเบาะแสต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามพยานเหตุการณ์ถึงเรื่องราวก่อนและหลังเกิดเหตุถึงความชัดเจน ขณะนี้ทราบว่า ในระหว่างที่กลุ่มผู้ตายกับเพื่อนนั่งดื่มกินกันอยู่ภายในร้าน 14 เหรียญ ก่อนจะเดินทางกลับนั้น ก็ไม่ได้ก่อเหตุรบกวนผู้ใด กระทั่งร้านปิดและไปถึงจุดเกิดเหตุและถูกรุมทำร้ายดังกล่าว

พล.ต.ต.เอกชัย กล่าวต่อถึงปมการก่อเหตุว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นเหตุซึ่งหน้า หรือปัญหาขัดแย้งส่วนตัวในอดีต อย่าเพิ่งให้น้ำหนักไปในทิศทางใด ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่ปัญหาระหว่างสถาบันแน่นอน ยืนยันว่าคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก อีกทั้งในตอนนี้ก็มีข้อมูลความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบต่อการติดตามตัวกลุ่มคนร้าย

อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทราบถึงกรณีมีผู้พบเห็นหญิงสาว​สวมเสื้อผ้าที่มีคราบเลือด​ เดินอยู่ภายในซอยมาขอยืมคนในพื้นที่ใช้โทรศัพท์​ติดต่อกับเพื่อน​ โดยแจ้งว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นน้องชายของตนเอง ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์’ ชี้ 4 มาตรการช่วยชาวสวนมังคุด เห็นผลทันตา 3 วันราคาขยับเท่าตัว
บทความถัดไปโพล : คุณคิดว่าจะมีไฟต์รีแมตช์ระหว่าง ‘ปาเกียว’ กับ ‘ฟลอยด์’ เกิดขึ้นหรือไม่ ?