เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ป.ร่วมแถลงการจับกุม น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 179/2562 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยจับกุมได้ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี
พ.ต.อ.บุญลือกล่าวว่า นางนวลศรี สิงห์ไธสง และนายลี สิงห์ไธสง สองสามีภรรยาวัย 80 ปี ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโพธิ์ ว่าช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านตนเองในตำบลนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ มีหญิงรูปร่างท้วมผมประบ่า อายุประมาณ 40 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทลูกสาว และลูกตนสั่งน้ำผึ้งไว้ 150 บาท จึงนำมาเก็บเงิน ระหว่างนั้นหญิงสาวบอกว่าหิวข้าว ผู้เสียหายจึงไปตำส้มตำให้ที่หน้าบ้าน ก่อนที่คนร้ายจะอ้างขอใช้ห้องน้ำ และลอบไปขโมยเงินที่ลูกสาวเพิ่งนำมาให้กว่า 10,000 บาท และทองน้ำหนัก 1 บาท รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ที่ใส่ในกระเป๋าที่เก็บในบ้าน
พ.ต.อ.บุญลือกล่าวต่อ ทั้งนี้ นับเป็นโชคดีที่นายพรชัย โนไธสง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ผ่านมาหาผู้เสียหายที่บ้าน และพบคนร้ายเป็นหญิงสาวแปลกหน้าเกรงจะเป็นมิจฉาชีพ จึงถ่ายภาพหน้าตาและรถจักรยานยนต์เป็นหลักฐาน ประกอบการแจ้งความดังกล่าว กระทั่งชุดจับสืบสวนติดตามตัวคนร้ายได้ในที่สุด จึงขอฝากเตือนประชาชน หากพบคนแปลกหน้ามาอ้างตัวเป็นเพื่อนคนสนิทลูกหลาน ให้สอบถามไปยังลูกหลานตนเองก่อน และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นกรณีนี้
สอบสวนทราบพฤติกรรมผู้ต้องหาว่า จะมีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการ โดยอาศัยความใจดีของคนอีสาน พูดจาโน้มน้าวให้เหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุไม่มีลูกหลานดูแล อ้างตนเป็นคนรู้จักหรือญาติให้หลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่จะขอให้การในชั้นศาลต่อไป
ทั้งนี้ ไม่พบประวัติอาชญากรรมของคนร้ายมาก่อน จึงนำตัวส่ง สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามหมายจับ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมและติดตามทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหายต่อไป



