อธิบดีดีเอสไอ เผย ‘พระธัมมชโย’ เจอ 12 หมายจับ เร่งควานหาตัวตลอด เบาะแสไม่ชัด

อธิบดีดีเอสไอ เผย “พระธัมมชโย” มีหมายจับติดตัว 12 หมาย เร่งควานหาตัวมาตลอด แต่ไม่พบเบาะแสชัดเจน ประชุมเร่งรัดคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ อีก 10 สำนวน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 สิงหาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธานประชุมติดตามเร่งรัดคดียักยอกทรัพย์และฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ตามข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล รองอธิบดีดีเอสไอ นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.สุรพงศ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า ดีเอสไอรับสอบสวนคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ ตั้งแต่ปี 2556 โดยเริ่มต้นสอบสวนกับ 8 กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิด ต่อมาขยายผลการสอบสวนตามเส้นทางการเงินรวมเป็น 27 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 17 คดี ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 10 สำนวน กรณีของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยตรวจพบความเสียหาย 1,458 ล้านบาท

 

เมื่อถามถึงการติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้พระธัมมชโยยังคงเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมจำนวน 12 หมายจับ ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุมติดตามข้อมูลเบาะแสมาโดยตลอด ขณะที่ฝ่ายปกครองร่วมกับพ.ศ. และพระสังฆาธิการได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในวัดพระธรรมกายเป็นประจำ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันถิ่นที่อยู่ของพระธัมมชโยที่แน่ชัด ในส่วนกรณีของนางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีไปต่างประเทศ ดีเอสไอได้ประสานหมายจับไปยังตำรวจสากลแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อถามอีกว่าในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่รับซื้อที่ดินของวัด อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับนายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่รับซื้อที่ดินจากวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องส่งไปให้อัยการพิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ขั้นตอนการนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาล สำหรับคดีของน.ส.อลิสา อัศวโภคิน ผู้รับซื้อที่ดินแปลงอาคารบุญรักษา ผลการสอบสวนของดีเอสไอน่าเชื่อว่าน.ส.อลิสาไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็น คาดว่านายอนันต์ นำชื่อลูกสาวไปใช้ ซึ่งอาคารบุญรักษา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ไว้แล้วเช่นเดียวกับอาคารลูกโลกและอาคารวิหารคตที่พบว่าถูกนำเงินบริจาคจากสหกรณ์ฯ ไปใช้ก่อสร้างก็ได้ถูกปปง.อายัดไว้เช่นกัน

พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังกล่าวถึงการติดตามความคืบหน้าคำร้องที่เสนอให้อัยการยื่นต่อศาลแพ่งให้ยุบมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง และให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินว่า ดีเอสไอได้ส่งคำร้องไปที่อัยการภาค 1 แล้ว แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มและมีความเห็นให้รอผลการตัดสินในคดีอาญาให้สิ้นสุดลงก่อน จึงดำเนินการทางแพ่ง ระหว่างนี้ดีเอสไอจะตรวจสอบข้อกฎหมายว่าจะมีช่องทางใดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพราะมองว่าสำนวนคดีนี้ทางแพ่งและอาญาไม่เกี่ยวข้องกัน โดยในส่วนของคดีอาญาดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องนางวรรณา จิรกิติ ประธานมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯ และส่งให้อัยการไปดำเนินการแล้ว

“ดีเอสไอมีคดีทุจริตที่อยู่ในความรับผิดชอบหลายเรื่อง รมว.ยุติธรรมจึงกำชับให้เร่งสอบสวน โดยเฉพาะคดีทุจริตสหกรณ์คลองจั่นฯ ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมากและมีมูลค่าความเสียหายนับหมื่นล้านบาท โดยทรัพย์สินในคดีมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นทรัพย์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี ดีเอสไอได้รวบรวมและส่งคืนให้คณะกรรมการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่นฯไปแล้ว 299 รายการ วงเงิน 3,800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของกลางในคดีมีอีกหลายพันล้านบาท” อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ด้านรองผู้ว่าฯปทุมธานี กล่าวว่า ตนมอบหมายให้นายอำเภอเข้าตรวจสอบบริเวณภายนอกและภายในวัดพระธรรมกายเดือนละครั้ง ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ที่ผ่านมาวัดยังมีจัดกิจกรรมทางศาสนาช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งมีประชาชนเข้ามาทำบุญน้อยลง แต่ไม่ทราบจำนวนว่าลดน้อยลงเท่าไร

ขณะที่พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า จากรายงานเรื่องการเผยแพร่คำสอนตามหลักพุทธศาสนาจะผ่านการพิจารณาจากพระสังฆาธิการและเจ้าคณะจังหวัด ไม่พบมีการบิดเบือนคำร้อง ส่วนเรื่องการติดตามตัวพระธัมมชโยเป็นเรื่องของตำรวจและฝ่ายปกครอง ในส่วนของพ.ศ.ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบ

 

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กแป๊ะ’ชี้เปรี้ยง! ระเบิดป่วนกรุงโยงคนร้ายคล้ายเหตุบึ้มหัวหินปี58 ขอให้เชื่อมือตร.
บทความถัดไปศึกพิพาท ‘ญี่ปุ่น-โสมใต้’ ลามหนัก ต่างฝ่ายต่างถอนพ้น “ไวท์ลิสต์”