วันที่ 5 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จากทั่วประเทศ เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จำนวน 137 ตัว ในช่วงระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมา ซึ่งสามารถขนย้ายเสือตัวสุดท้ายออกไปเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวานนี้ โดยขนย้ายไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมกันนี้ยังตรวจค้นพบซากลูกเสือโคร่ง จำนวน 40 ซาก และซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก รวมทั้งตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากสัตว์ป่าคุ้มครองได้อีกหลายรายการ รวมทั้งหนังเสือ ตะกรุดหนังเสือ เขี้ยวเสือ ตะกรุดเขี้ยวเสือ รวมกันนับพันชิ้น นอกจากนี้ยังตรวจยึดไม้แปรรูป พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์ ด้วยนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด บรรยากาศที่วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังทั้งหมดออกจากวัดหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการเคลื่อนย้ายเสือของกลางออกจากวัดไปได้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวาน แต่ภายในบริเวณวัดยังคงมีสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด อาทิ ม้า กวางรูซ่า หมูป่า วัว ควาย ยังคงอาศัยอยู่ภายในบริเวณวัดตามปกติ โดยทางกรมอุทยานฯ ได้ประสานมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งเอกชน ให้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในเรื่องของอาหาร พร้อมกับประสานให้ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้ามาช่วยดูแลสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ต่อไป เนื่องจากทางวัดฯ ไม่ได้เข้ามาดูแลตั้งแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงทำให้พวกมันอดอาหารและน้ำ ขณะที่บ้านเกาะเสือ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเสือของกลาง โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน เหลือเพียงกรงเลี้ยงที่ว่างเปล่าและประตูทุกกรงได้ถูกเปิดทิ้งไว้ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ร้างไปในทันที ส่วนบริเวณหุบเสือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดแสดงเสือให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปสัมผัสกับเสืออย่างใกล้ชิดก็มีบรรยากาศไม่ต่างกัน

นายอดิศร เปิดเผยว่า เสือของกลางทั้ง 147 ตัว คณะสัตวแพทย์ได้ทำการเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ทุกตัว เพื่อนำไปตรวจหาความเชื่อมโยงของเสือ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับซากลูกเสือที่พบหรือไม่นั้นจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบผล เช่นเดียวกับซากลูกเสือ 40 ซาก ที่ตรวจพบ ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พร้อมกันนี้จะได้ประสานทีมคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เพื่อบูรณาการร่วมกันในการผ่าพิสูจน์ซากทุกตัว เพื่อหาสาเหตุของการตาย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนเสือเพศเมีย จำนวน 8-10 ตัว ที่มีน้ำนมไหลออกมา ซึ่งบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า มันเพิ่งจะคลอดลูกออกมาได้มานาน แต่จากการตรวจค้นไม่พบลูกของมัน คาดว่าน่าจะถูกลักลอบนำออกไปก่อนหน้านี้ หรืออาจจะรวมอยู่ในซากลูกเสือที่พบก็เป็นได้ ซึ่งจะต้องทำการพิสูจน์ต่อไปเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ ละองละมั่ง กวางบางชนิด และเก้ง ซึ่งจะต้องมีการวางแผนให้ดี เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีความบอบบางในการเคลื่อนย้าย ประกอบกับพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค เนื่องจากมีพื้นที่กว้าง รวมทั้งเป็นโขดหิน ซึ่งสามารถทำให้มันบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิตได้ง่าย อีกทั้งพวกมันถูกเลี้ยงปะปนอยู่กับสัตว์ชนิดอื่นๆ เป็นจำนวนมาก จึงทำให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ส่วนในทางคดีนั้น นายอดิศร กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายนิติกร ทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค โดยขณะนี้ได้แจ้งความกล่าวโทษผู้ต้องหาแล้ว 5 ราย เป็นพระลูกวัด จำนวน 3 รูป และลูกศิษย์วัด 2 คน ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นได้ให้การซัดทอด พระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ ดังนั้นจะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ซึ่งคาดว่าทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำต่อไป พร้อมกันนี้จะได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเส้นทางการค้าเสือ นอกจากนี้ทางกรมอุทยานฯ จะได้ติดตามคดีเก่าที่ได้แจ้งความไว้ อาทิ ตรวจยึดหมีควาย 6 ตัว เพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดต่อไป

ส่วนกรณีหลวงตาจันทร์คาดว่ายังคงอยู่ในประเทศไทย ขณะที่ พระละม่อม วันทิยา พระลูกวัด ได้ให้ข้อมูลว่า หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ได้ออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทำการขนย้ายเสือเพียงวันเดียว โดยมีลูกศิษย์ชื่อ นายบุญลือ เป็นคนในพื้นที่ ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับ ทราบเพียงว่าจะไป กทม.แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด และไม่ได้ติดต่อกลับมา
ในส่วนของที่ดิน ทาง ส.ป.ก.กาญจนบุรี ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่เกี่ยวกับทางด้านพระพุทศานา แต่ปรากฏว่า มีการนำมาใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์การขอใช้พื้นที่ และยังมีการบุกรุกเพิ่มเติมด้วย จากเดิมที่ขอใช้พื้นที่รวมเนื้อที่ 391 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้านี้ ทาง ส.ป.ก.จะทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อเพิกถอนการอนุญาตใช้พื้นที่ พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ต่อไป
ขณะเดียวกันจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี ประกันสังคม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือให้ลูกจ้าง บริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด ที่ต้องออกจากงานในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นมีลูกจ้างแจ้งความประสงค์ จำนวน 72 คน ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยได้นัดหมายว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปให้บริการในวันจันทร์ที่ 6มิ.ย.ที่จะถึงนี้ อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีลูกจ้างมาแจ้งประสงค์เพิ่มเติม
จากการเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ของกรมอุทยานฯ และสามารถตรวจยึดของกลางที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมทั้งซาก ผลิตภัณฑ์ เครื่องรางของขลัง ที่ทำจากชิ้นส่วนเสือ ได้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับตรวจพบพื้นที่ที่ใช้สำหรับเพาะพันธุ์เสือ จึงถือเป็นการทลายแหล่งค้าเสือข้ามชาติครั้งใหญ่ ที่คาดว่ามีการลักลอบทำการค้ามายาวนานกว่า 5 ปี ซึ่งทั่วโลกให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค เปิดเผยว่า ทางกรมอุทยานฯ ได้เข้าแจ้งความไว้ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. จนถึงวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวม 8 คดี ประกอบด้วย 1.คดีซากหนังเสือ และเครื่องรางของขลังที่ทำจากชิ้นส่วนเสือนับพันชิ้น ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นพระเลขาเจ้าอาวาส 1 รูป และฆราวาสเป็นลูกศิษย์วัด 2 คน 2.คดีตรวจยึดซากลูกเสือโคร่ง จำนวน 40 ซาก 3.คดีตรวจยึดนกเงือก 6 ตัว 4.คดีตรวจยึดไม้แปรรูป 27 แผ่น 5.คดีซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก 6.ซากสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดต่างๆ อาทิ โครงกระดูกเสือไฟ โครงกระดูกเสือดาว รวมทั้งสัตว์สตัฟฟ์ อาทิ หมีควาย เสือไฟ และเสือดาว 7.คดีตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง อาทิ วัวแดง หมีขอ ไก่ฟ้า เป็นต้น และ 8.คดีเรื่องการบุกรุกที่ดิน ซึ่งพบว่าถูกบุกรุกเป็นเนื้อที่เกือบ 1,000 ไร่
“สำหรับคดีที่มีผู้ต้องหาได้สอบปากคำเบื้องต้นแล้ว และมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระลูกวัดอีก 2 รูป โดยผู้ต้องทั้ง 3 ราย ให้การซัดทอด ซึ่งทั้ง 8 คดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วประมาณ 10 ปาก แต่อย่างไม่ได้ออกหมายเรียกหลวงตาจันทร์แต่อย่างใด ซึ่งจะต้องสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป โดยคาดว่าจะออกหมายเรียกหลวงตาจันทร์มาสอบปากคำเป็นลำดับสุดท้าย” พ.ต.อ.บัณฑิต กล่าว
ทั้งนี้ จากเดิมที่ วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือที่เรียกกันติดปากว่า วัดเสือ ซึ่งเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี ที่ขึ้นอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ ททท. สำนักงาน กาญจนบุรีขณะนี้ได้ถูกลบออกจากหน้าเว็บไปแล้วเช่นกัน

