จากกรณีเหตุการณ์วางเพลิงและระเบิดในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลเมื่อวันที่ 1 ต่อเนื่องวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. รายงานข่าวระบุว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองมีกันมากกว่า 10 คน อายุอยู่ช่วงวัยประมาณ 20-28 ปี จากการเปรียบเทียบข้อมูลยัง ไม่พบว่าผู้ใดมีประวัติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ ที่ผ่านมา สันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุมีความชำนาญเส้นทางในการเดินทางมาก่อเหตุเคย โดยตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเดินทางโดยรถยนต์โดยสารปรับอากาศมามาจากทางภาคใต้ ก่อนจะหลบซ่อนตัวในที่พักอาศัยย่านรามคำแหง เพื่อรอกำหนดจุดในการก่อเหตุพร้อมศึกษาเส้นทางในการลงก่อเหตุและหลบหนี แนวทางการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการนัดแนะกับผู้ชำนาญ ในการประกอบวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเพื่อรับสิ่งของแล้วนำไปวางก่อเหตุตามจุดที่รับออเดอร์ โดยผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะไม่รู้จักกันแต่มีการจับคู่ในการก่อเหตุ เหตุละ 2 คน โดยแบ่งหน้าที่ในการก่อเหตุกับดูต้นทาง จากหลักฐานวัตถุระเบิดที่พบในจุดเกิดเหตุ ทั้งระเบิดเพลิงและแสวงเครื่องบางชนิดเป็นหลักฐานที่พบว่าเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าในส่วนของการก่อเหตุวางเพลิงในตลาดประตูน้ำทีมชุดสืบสวนสอบสวน พบหลักฐานว่าคนร้ายที่มาก่อเหตุทางกันทั้งหมด 4 คน มาทางเรือโดยสารคลองแสนแสบมาลงบริเวณท่าเรือประตูน้ำด้านหลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำเนิน จากนั้นเดินเท้าแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ โดยรอบพื้นที่ประตูน้ำในความรับผิดชอบของแต่ละจุด จากนั้นลงมือก่อเหตุเสร็จแล้วขึ้นรถยนต์นั่งสาธารณะจากบนถนนราชปรารถหลบหนี ไปลงที่สถานีขนส่ง (หมอชิต) ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.เพื่อหลบหนีลงพื้นที่ภาคใต้
แหล่งข่าวกล่าวว่าจากข้อมูลหลักฐานที่พบว่ามีผู้ก่อเหตุป่วนเมืองกรุงเทพและปริมณฑลมีมากกว่า 10 คน โดยเป็นทั้งคนภาคกลางและภาคใต้

