รวบ 2 แอฟริกันแสบ แก๊งโรแมนซ์สแกม แชตเฟซบุ๊กสวมรอยนายพลมะกันลวงสาวไทย สูญ 10 ล้าน

5.06.16 | 15:57 น.

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักตรวจคนเมืองเมือง (ผบช.สตม.) นำตัวนายแอโรห์ ชัควูดิพอล อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย และนายแพทริค แบนดา อายุ 29 ปี สัญชาติแซมเบียน แก๊งโรแมนซ์สแกมชาวแอฟริกัน มาแถลงผลการจับกุม


พล.ต.ท.ณัฐธรเปิดเผยว่า ก่อนจับกุมมีผู้เสียหายเป็นหญิงนักธุรกิจ ทำธุรกิจระหว่างประเทศ เข้าร้องทุกข์ที่ บช.สตม.ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนรู้จักกับชายคนหนึ่งทางเฟชบุ๊ก อ้างตัวว่าเป็นนายพลในกองทัพอเมริกันชื่อนายแรดี เฟรเดอริกเซน มีการพูดคุยกันต่อเนื่อง ซึ่งต่อมา นายแรดีขอแต่งงาน พร้อมทั้งเสนอจะช่วยเหลือเรื่องการขยายกิจการโรงแรมของผู้เสียหาย ต่อมาผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร แจ้งว่ามีสิ่งของส่งมาถึง โดยแสดงภาพถ่ายธนบัตรดอลลาร์จำนวนมากอัดแน่นในกระเป๋า ภาพของเอกสารจากบริษัทส่งสินค้า และเอกสารของศุลกากร พร้อมทั้งแจ้งว่าผู้เสียหายต้องชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ อาทิ ค่าภาษี ค่าตรวจสอบข้อมูลการฟอกเงิน และค่าประกัน เป็นเงินทั้งสิ้น 836,500 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปหลังจากโอนไปแล้วไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกสูญเงินไปเกือบล้าน

“ผมจึงสั่งการ พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน (ผบก.สส.) สตม. พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ร.ต.ท.เสน่ห์ ปันกาโล รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคและเส้นทางการโอนเงิน พบการทำธุรกรรมการเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จ.นครศรีธรรมราช โดยมีภาพของหญิงไทยพรางใบหน้าด้วยผ้าคลุมมาทำการกดเงินออกไปและมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นอีกด้วยและพบการเชื่อมโยงข้อมูลถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อนายแรดี เฟรเดอริกเซน ในการหลอกลวงผู้เสียหาย เป็นชายแอฟริกัน มีแหล่งหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ทางชุดจับกุมจึงเข้าทำการตรวจสอบ และพบชายสัญชาติไนจีเรีย ชื่อนายแอโรห์ ชัควูดิพอล อายุ 26 ปี และของกลางโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารเปิดในนามของหญิงไทย ซึ่งข้อมูลทางการสืบสวนทราบว่าเป็นภรรยาของนายแอโรห์ ซึ่งมีข้อมูลอยู่ก่อนแล้วว่าเป็นตัวการร่วมในการกระทำผิดครั้งนี้ ตรวจสอบหนังสือเดินทางแล้วไม่พบรอยตราประทับอนุญาตเข้าราชอาณาจักร และไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าราชอาณาจักร จึงทำการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สตม.” พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าว

ในส่วนของการสืบสวนขยายผลพบผู้ร่วมขบวนการเป็นชายแอฟริกันอีก 1 ราย มีแหล่งกบดานที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านหลักสอง เขตบางแค กทม. ชุดจับกุมจึงเข้าทำการตรวจสอบ และพบบุคคลสัญชาติแซมเบียน ชื่อนายแพทริค แบนดา อายุ 29 ปี พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร เปิดในชื่อหญิงไทย จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง พบการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2559 จึงทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สตม.ดำเนินคดี

Advertisement

ผบช.สตม.กล่าวอีกว่าในส่วนนายแพทริค พบว่าเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อเฟเบ็น เจฟฟ์ เจฟฟ์ ใช้ภาพฝรั่งหน้าตาดี อ้างว่าเป็นนักบิน เป็นรูปโปรโฟล์ โดยนายแพทริคยอมรับว่าใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวในการแชตหลอกลวงหญิงไทย และรับว่ารู้จักกับนายแอโรห์เป็นอย่างดี จากการตรวจสอบข้อมูลในบัญชีธนาคารพบว่ามีเงินหมุนเวียนนับสิบล้านบาท
จากการขยายผลพบเงินหมุนเวียนในบัญชีนับสิบล้าน มักเลือกเหยื่อเป็นหญิงไทย ที่ต้องการแต่งงานกับชาวต่างชาติ แก๊งนี้ทำมานานหลายปี มีหญิงไทยตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
สำหรับผู้ร่วมขบวนการที่เป็นคนไทยอีกจำนวนหนึ่งโดยแบ่งหน้าที่กันทำงานทั้งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร คนเปิดบัญชี และคนกดเงิน ขณะนี้ทีมสืบสวนมีข้อมูลหมดแล้วอยู่ระหว่างขยายผล และขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนที่ใช้เฟซบุ๊กในการติดต่อพูดคุยกับชาวต่างชาติ หรืออยู่ๆ มีชาวต่างชาติหน้าตาดี มีฐานะร่ำรวย เป็นนักธุรกิจ นายทหารระดับสูง นักบิน วิศวกรน้ำมัน ที่ท่านไม่รู้จักเข้ามาทักทายสนทนาด้วย ขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง แก๊งนี้ทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากได้ ทั้งนี้หากใครคาดว่าได้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว สามารถติดต่อมาที่ สตม. ผ่านสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร 1178 หรือเดินทางมาด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบว่าเป็นแก๊งเดียวกันหรือไม่